สำนักงานบัญชี

สำนักงานบัญชี ชัวร์แทค แอคเคาน์ติ้ง

รับสมัครพนักงานบัญชี (สนง.อยู่ทองหล่อ) โทร.0-2712-7104

รับทำบัญชีทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ
Accounting Services Tel. (66) 0-2712-7104

วิวัฒน์  กุลธวัชชัย
กรรมการผู้จัดการ
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
บัญชีบัณฑิตและมหาบัณฑิต ม.ธรรมศาสตร์
ติดต่อด้านสอบบัญชีและการตรวจสอบภายใน
มือถือ. 08 1712 1313
  
ศิรินทร บุญทอย
รองกรรมการผู้จัดการ
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
บัญชีบัณฑิตและมหาบัณฑิตด้านบริหารธุรกิจ ม.รามคำแหง
ติดต่อด้านรับทำบัญชีและจดทะเบียนต่างๆ
มือถือ. 08 9666 1369

289/1 ชั้น 5 อาคารดัชเชส พลาซ่า ถนนสุขุมวิท 55 กทม.10110
เบอร์ออฟฟิศ.0-2712-7104 โทรสาร.0-2712-7106

ภาษีค่าลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิต
Written by สำนักงานบัญชี   
Wednesday, 02 July 2008 14:23

แต่เดิมการหักค่าลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิตเพื่อการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี ได้มีข้อ กำหนดให้ผู้มีเงินได้หักลดหย่อนเบี้ยประกันภัยที่ผู้มีเงินได้จ่ายไปในปีภาษีสำหรับการประกันชีวิตของผู้มีเงินได้ตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 10,000 บาท และให้หักลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิตของคู่สมรสของผู้มีเงินได้ที่มีความเป็นสามีภรรยาตลอดปีภาษีได้ตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 10,000 บาท เช่นเดียวกับผู้มีเงินได้ การประกันชีวิตดังกล่าวต้องกระทำกับบริษัทผู้รับประกันที่ประกอบกิจการในประเทศไทย และกรมธรรม์ประกันชีวิตต้องมีกำหนดเวลาตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป

ตามมาตรา 47(1)(ง) แห่งประมวลรัษฎากร ในปัจจุบันนับแต่ปี 2545 เป็นต้นไป รัฐบาลได้ออกกฎกระทรวง ฉบับที่ 240 (พ.ศ. 2545) ออกตามความในประมวลรัษฎากร กำหนดยอมให้ผู้มีเงินได้นำค่าเบี้ยประกันชีวิตตามหลักเกณฑ์ข้างต้น ในส่วนที่เกิน 10,000 บาท อีกไม่เกิน 40,000 บาท เป็นเงินได้พึงประเมินที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยให้ยกเว้นหลังจากหักค่าใช้จ่ายต่างๆ แล้ว เป็นผลให้ผู้มีเงินได้ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากเบี้ยประกันภัยสำหรับการประกันชีวิตตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่รวมทั้งสิ้นไม่เกิน 50,000 บาท ทั้งนี้ เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ธุรกิจประกันชีวิตขยายตัวเพิ่มขึ้น เป็นที่น่าสังเกตว่า การเพิ่มค่าลดหย่อนค่าเบี้ยประกันชีวิตจาก 10,000 บาท เป็น 40,000 บาท ดังกล่าวกำหนดให้สิทธิแก่เฉพาะผู้มีเงินได้เท่านั้น ดังนั้น สำหรับคู่สมรสของผู้มีเงินได้ที่ความเป็นสามีภรรยาได้มีอยู่ตลอดปีภาษี และเป็นผู้ไม่มีเงินได้หักค่าลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิต จึงยังคงให้หักลดหย่อนได้ตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน  10,000  บาท

ลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิต

ดังที่ทราบกันโดยทั่วไปแล้วว่า รัฐบาลทั้งแจกทั้งแถมของขวัญให้แก่ประชาชนมาตลอดปีที่ผ่านมา แล้วจะของขวัญปีใหม่ 2546 โดยเพิ่มจำนวนเงินได้สุทธิที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากเดิมห้าหมื่นบาทแรกอีก 30,000 บาทรวมเป็น 80,000 บาท เป็นผลทำให้คนโสดที่มีเงินเดือนไม่เกิน 14,167 บาท ไม่ต้องเสียภาษีเงินได้
ในขณะที่ในปีนี้ รัฐบาลได้เพิ่มค่าลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิตในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ให้แก่เฉพาะผู้มีเงินได้ โดยเพิ่มจากตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 10,000 บาท เป็นไม่เกิน 50,000 บาท ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 240 (พ.ศ.2545) ทั้งนี้ เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ธุรกิจประกันชีวิตขยายตัวเพิ่มขึ้นอีกทางหนึ่งนอกเหนือจากการเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้แก่ผู้มีเงินได้ที่จ่ายเบี้ยประกันชีวิตเกินกว่า 10,000 บาท ดังนั้น หากผู้มีเงินได้เป็นคนโสด ในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี 2545 ก็จะสามารถหักลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิตเพิ่มขึ้นเป็นไม่เกิน 50,000 บาท ดังกล่าว ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่า การเพิ่มค่าลดหย่อนค่าเบี้ยประกันชีวิตครั้งนี้ กำหนดให้สิทธิแก่เฉพาะผู้มีเงินได้เท่านั้น ไม่ได้รวมไปถึงเบี้ยประกันชีวิตของคู่สมรสของผู้มีเงินได้ที่ความเป็นสามีภรรยาได้มีอยู่ตลอดปีภาษีด้วย จึงให้ผู้มีเงินได้หักค่าลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิตของคู่สมรสได้ตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน  10,000  บาท ครับ กรณีสามีภรรยาต่างฝ่ายต่างมีเงินเดือนค่าจ้าง และภรรยาใช้สิทธิแยกคำนวณภาษีต่างหากจากสามี ในการหักลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิตของแต่ละฝ่าย ให้พิจารณาหักลดหย่อนดังนี้ ถ้าเงินได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายของแต่ละฝ่ายมีจำนวนตั้งแต่ 40,000 บาทขึ้นไป ให้แต่ละฝ่ายหักลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิตในส่วนของตนได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 50,000 บาท แต่หากเงินได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายของแต่ละฝ่ายมีจำนวนไม่ถึง 40,000 บาท ให้แต่ละฝ่ายหักลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิตในส่วนของตนได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินเงินได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายแล้วบวกกับจำนวน 10,000 บาท เช่น เงินได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายเป็นจำนวน 25,000 บาท จะหักลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิตได้ตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน (10,000+ 25,000) = 35,000 บาท

(กรมสรรพากร)

Last Updated on Friday, 03 April 2009 16:54