สำนักงานบัญชี

สำนักงานบัญชี ชัวร์แทค แอคเคาน์ติ้ง

รับสมัครพนักงานบัญชีโทร.0-2712-7104

รับทำบัญชีทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ
Accounting Services Tel. (66) 0-2712-7104

วิวัฒน์  กุลธวัชชัย
กรรมการผู้จัดการ
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
บัญชีบัณฑิตและมหาบัณฑิต ม.ธรรมศาสตร์
ติดต่อด้านสอบบัญชีและการตรวจสอบภายใน
มือถือ. 08 1712 1313
  
ศิรินทร บุญทอย
รองกรรมการผู้จัดการ
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
บัญชีบัณฑิตและมหาบัณฑิตด้านบริหารธุรกิจ ม.รามคำแหง
ติดต่อด้านรับทำบัญชีและจดทะเบียนต่างๆ
มือถือ. 08 9666 1369

289/1 ชั้น 5 อาคารดัชเชส พลาซ่า ถนนสุขุมวิท 55 กทม.10110
เบอร์ออฟฟิศ.0-2712-7104 โทรสาร.0-2712-7106

ภาษีเบี้ยประกันชีวิต
Written by สำนักงานบัญชี   
Wednesday, 02 July 2008 14:19

กรณีท่านมีข้อสงสัยเกี่ยวกับภาษีสรรพากร ท่านสามารถจดหมายไปขอหารือกับทางกรมสรรพากรได้ ซึ่งท่านจะได้รับคำตอบที่เป็นแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน และกรมสรรพากรก็จะรวบรวมนำมาใส่ไว้ในเวบไซต์ เพื่อเผยแพร่ต่อสาธารณชน ดังเช่น มีคำถามจากบริษัทฯ แห่งหนึ่งความว่า บริษัทฯ จ่ายเบี้ยประกันชีวิตให้กรรมการผู้จัดการ ตามมติที่ประชุมของบริษัทฯ เพื่อเป็นสวัสดิการและการตอบแทนคุณความดีที่บริหารธุรกิจจนประสบความสำเร็จด้วยดีตลอดมา บริษัทฯ จึงหารือว่า เบี้ยประกันชีวิตที่ออกให้กรรมการผู้จัดการตามมติที่ประชุมนี้ หักเป็นค่าใช้จ่ายของบริษัทฯ ได้หรือไม่มีข้อจำกัดอย่างไร ต้องนำไปถือเป็นเงินได้พึงประเมินของกรรมการผู้จัดการหรือไม่ อย่างไร และเงินสินไหมทดแทนกรณีการสูญเสียชีวิตของกรรมการผู้จัดการ ทีบริษัทฯ ยกให้แก่ ครอบครัวหรือทายาท มีภาระภาษีใดมาเกี่ยวข้องบ้าง

ต่อข้อหารือดังกล่าวกรมสรรพากรได้ตอบให้ดังนี้ ครับ

  1. เงินค่าเบี้ยประกันชีวิตที่บริษัทฯ จ่ายให้กรรมการผู้จัดการตามมติที่ประชุมของบริษัทฯ หากเป็นกรณีที่บริษัทฯ ต้องจ่ายให้กับกรรมการทุกคนเป็นการทั่วไปตามระเบียบของบริษัทฯ แล้ว บริษัทฯ มีสิทธินำเบี้ยประกันชีวิตที่ออกให้นั้นมาหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ ไม่ต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (3) และ (13) แห่งประมวลรัษฎากร และเพื่อความสะดวกในการแสดงหลักฐาน ให้บริษัทประกันภัยหมายเหตุไว้ในใบเสร็จรับเงินให้มีข้อความว่าเบี้ยประกันชีวิตที่รับนี้จ่ายโดยบริษัท (ระบุชื่อบริษัทฯ)
  2. เงินค่าเบี้ยประกันชีวิตและเงินค่าภาษีอากรที่บริษัทฯ ออกให้ เข้าลักษณะเป็นประโยชน์เพิ่มที่พนักงานหรือลูกจ้างของบริษัทฯ ได้รับ ถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(1) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งพนักงานจะต้องนำไปรวมคำนวณเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามมาตรา 48(1) แห่งประมวลรัษฎากร
  3. เงินได้จากการประกันภัย เป็นเงินได้พึงประเมินที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ ตามมาตรา 42 (13) แห่งประมวลรัษฎากร

(กรมสรรพากร)

Last Updated on Friday, 03 April 2009 16:34