สำนักงานบัญชี ชัวร์แทค แอคเคาน์ติ้ง
| ลักษณะเชิงคุณภาพของงบการเงิน ข้อมูลที่จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้งบการเงิน จะต้องเป็นข้อมูลที่มีคุณสมบัติประกอบด้วยลักษณะเชิงคุณภาพ 4 ประการ คือ ความเข้าใจได้ ข้อมูลที่นำมาแสดงในงบการเงินจะต้องเป็นข้อมูลที่ผู้ใช้งบสามารถเข้าจะได้ทันที, ความเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจ ข้อมูลที่จะเป็นประโยชน์ต้องเป็นข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจของผู้ใช้งบการเงิน, ความเชื่อถือได้ ข้อมูลที่มีประโยชน์ต้องเป็นข้อมูลที่เชื่อถือได้ ปราศจากความผิดพลาดที่มีนัยสำคัญและความลำเอียง, การเปรียบเทียบกันได้ ข้อมูลในงบการเงินต้องให้ผู้ใช้งบการเงินสามารถเปรียบเทียบงบการเงินของกิจการในรอบระยะเวลาต่างกันได้ เพื่อผู้ใช้งบการเงินจะสามารถคาดคะเนถึงแนวโน้มของฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของกิจการนั้น และยังสามารถใช้เปรียบเทียบงบการเงินระหว่างกิจการ เพื่อประเมินฐานะการเงิน ผลการดำเนินงาน |
| ภาษีของโรงตึ๊ง |
Tags: บทความการเงิน | สาระน่ารู้
| Written by สำนักงานบัญชี |
| Sunday, 15 June 2008 05:29 |
|
หากท่านติดตามข่าวสารจากสื่อหนังสือพิมพ์ ทีวี หรือสื่ออื่นๆ จะพบข่าวเกี่ยวกับพ่อแม่หรือผู้ปกครองที่มีบุตรหลานต้องเข้าโรงเรียนหรือเปิดเทอมใหม่ ต่างต้องวิ่งวุ่นหาเงินมาใช้จ่ายในการศึกษาเล่าเรียน ไม่ว่าจะเป็นค่าเทอมหรือค่าบำรุงการศึกษา ค่าเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย รวมถึงอุปกรณ์การเรียนของบุตรหลาน พ่อแม่หรือผู้ปกครองที่มีฐานะหรือ ร่ำรวยเงินทองคงจะไม่เดือดร้อนเท่าใดนัก แต่ผู้คนส่วนใหญ่ยังหาเงินใช้จ่ายเดือนต่อเดือน การเปิดเทอมหรือการเข้าเรียนของบุตรหลานทำให้พ่อแม่หรือผู้ปกครองที่ไม่ค่อยมีเงินต้องเดือดร้อนกันถ้วนหน้า บางท่านที่มีพ่อแม่พี่น้องที่มีเงินทองก็คงพอหยิบยืมกันได้ ถ้าไม่มีที่ให้ยืมเงิน แต่มีทรัพย์สินที่สามารถใช้เป็นหลักประกันการยืมเงินได้ คงคิดถึง “โรงรับจำนำ” หรือที่เรียกกันว่า “โรงตึ๊ง” ของเอกชนนั่นแหละ ที่จะช่วยเยียวยาปัดเป่าทุกข์ร้อนครั้งนี้ไปได้บ้าง แต่ถ้าเป็นกรณีที่หน่วยงานของรัฐดำเนินการรับจำนำ เช่น เทศบาล กรุงเทพมหานคร หรือหน่วยงานรัฐอื่นใด ก็จะเรียกโรงรับจำนำเสียไพเราะเสนาะหูว่า “สถานธนานุบาล” ไม่ว่าจะเรียกว่าอะไรก็ตาม กิจการเหล่านี้ได้ต่อชุบชีวิตพ่อแม่หรือ ผู้ปกครองมานักต่อนักแล้ว ทรัพย์สินที่นำไปจำนำส่วนใหญ่เป็นสร้อยคอทองคำ เครื่องประดับ เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือสิ่งของเครื่องใช้อื่นๆ ที่มีราคาค่างวด หวังว่าคงไม่มีใครนำครกและสากตำน้ำพริกไปจำนำนะครับ เมื่อตอนเป็นเด็กได้ยินมาอย่างนั้น เท็จจริงอย่างไรไม่ทราบ ในอดีตที่ผ่านมา หากจะนำทรัพย์สินหรือสิ่งของเข้าไปจำนำที่โรงตึ๊ง ผู้ที่จะไปใช้บริการต้องเหลียวซ้ายแลขวาหน้าหลังให้เรียบร้อยก่อน กลัวว่าพรรคพวกหรือคนที่รู้จักมาพบเห็นเข้าละก็ แทบจะมุดดินหนีทีเดียวเชียว เพราะอับอายนั่นเอง แต่ถ้าเป็นทุกวันนี้ จะพบเห็นผู้คน นำทรัพย์สินหรือเครื่องใช้ไปจำนำโดยปกติ ไม่มีเคอะเขินเช่นในอดีต เพราะยังไงเสียก็ยังมีเครดิตอยู่บ้างที่มีทรัพย์สินไปจำนำ ไม่ได้ไปตัวเปล่า ผู้ที่นำทรัพย์สินไปจำนำที่โรงตึ๊ง จะได้เงินสดกลับมาจำนวนหนึ่ง แต่ทรัพย์สินจะถูกเก็บไว้กับเจ้าของโรงตึ๊ง ผู้รับจำนำ โดยที่เจ้าของโรงตึ๊งจะได้รับผลตอบแทนในรูปของดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม หรือผลประโยชน์อื่นใด แต่ถ้าหากผู้ที่นำทรัพย์สินไปจำนำไม่มาไถ่ถอนทรัพย์สินภายในกำหนดเวลา ไม่ว่าจะด้วยเหตุใดๆ ก็ตาม ทรัพย์สินที่จำนำก็จะตกเป็นของเจ้าของโรงตึ๊ง ซึ่งสามารถนำไปขายต่อหรือใช้โดยสิทธิได้ ทีนี้ เรามาดูกันว่า โรงตึ๊ง หรือโรงรับจำนำ ในภาคเอกชนมีหน้าที่เสียภาษีอากรตามประมวลรัษฎากรประเภทใดบ้าง ภาษีที่เกี่ยวข้องกับเจ้าของโรงตึ๊ง ได้แก่ ภาษีเงินได้ ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ สรุปได้ดังนี้ ภาษีเงินได้ เจ้าของโรงตึ๊งหรือโรงรับจำนำที่ประกอบกิจการในรูปของบุคคลธรรมดา คณะบุคคลหรือห้างหุ้นส่วนสามัญที่มิใช่นิติบุคคล ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เงินได้ที่ได้รับจากการจำนำทรัพย์สิน เป็นเงินได้ตามมาตรา 40 (8) แห่งประมวลรัษฎากร ต้องเสียภาษีเงินได้ครึ่งปี โดยนำเงินได้ที่ได้รับตั้งแต่เดือน ม.ค.ถึงเดือน มิ.ย. ไปยื่นเสียภาษีด้วยแบบ ภ.ง.ด.94 ตั้งแต่เดือน ก.ค.ถึงเดือน ก.ย. ของปีนั้น และเมื่อสิ้นปีให้นำเงินได้ตั้งแต่เดือน ม.ค.ถึงเดือน ธ.ค. ไปยื่นเสียภาษีเงินได้ประจำปีด้วยแบบ ภ.ง.ด.90 ตั้งแต่เดือน ม.ค.ถึงเดือน มี.ค. ของปีถัดไป โดยสามารถนำภาษีที่ชำระด้วยแบบ ภ.ง.ด.94 มาหักออกจากภาษีที่ต้องชำระได้ สำหรับการหักค่าใช้จ่าย จะต้องหักค่าใช้จ่ายตามจริง ส่วนการหักลดหย่อนก็หักได้ตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด กรณีที่ประกอบการในรูปของห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือบริษัทจำกัด จะต้องนำรายได้ไปรวมคำนวณเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล เช่นเดียวกับบริษัททั่วไป ภาษีธุรกิจเฉพาะ เจ้าของโรงตึ๊งหรือโรงรับจำนำ จะต้องจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะ และต้องนำรายรับประเภทดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม เงิน ทรัพย์สิน ค่าตอบแทน หรือประโยชน์ใดๆ อันมีมูลค่าที่ได้รับหรือพึงได้รับจากการขายของที่จำนำหลุดเป็นสิทธิ โดยไม่ให้หักรายจ่ายใดๆ ไปคำนวณเสียภาษีในอัตรา 2.75% (รวมภาษีที่จัดเก็บให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น) ทั้งนี้ให้ยื่นเสียภาษีด้วยแบบ ภ.ธ.40 ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไปเป็นประจำทุกเดือน ไม่ว่าจะมีรายรับหรือไม่อากรแสตมป์ เจ้าของโรงตึ๊งหรือโรงรับจำนำ ต้องเสียอากรแสตมป์ 1 บาทต่อจำนวนเงินทุก 2,000 บาท หรือเศษของ 2,000 บาท ครับ โรงตึ๊งหรือโรงรับจำนำของเอกชนมีหน้าที่ทางภาษีตามที่กล่าวมา สำหรับสถานธนานุบาล ซึ่งเป็นโรงรับจำนำของหน่วยงานของรัฐ ไม่มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้แต่อย่างใด นอกจากนั้น ภาษีธุรกิจเฉพาะยังได้รับการยกเว้นภาษีตามกฎหมายอีกด้วย (หนังสือพิมพ์โพสทูเดย์) |
| Last Updated on Tuesday, 02 December 2008 06:56 |