สำนักงานบัญชี ชัวร์แทค แอคเคาน์ติ้ง
| การบัญชี ช่วยทราบผลกำไรหรือขาดทุน สินทรัพย์ หนี้สิน และทุน มีการดำเนินการไปในลักณะรูปแบบใด บุคคลภายนอกสามารถใช้ข้อมูลทางบัญชีในการวางแผนและตัดสินใจ เช่น เจ้าหนี้จะตัดสินใจให้ธุรกิจกู้ยืมหรือไม่จะพิจารณาฐานการเงินและผลการดำเนินงานของกิจการจากข้อมูลทางบัญชี ผู้ลงทุนจะตัดสินใจลงทุนในกิจการใดย่อมต้องดูผลการดำเนินงานของกิจการก่อนว่าให้ผลตอบแทนเท่าใด ความสามารถในการทำกำไรในอนาคตเป็นอย่างไร ภาครัฐบาลจะใช้ข้อมูลทางการเงินวางแผนการดำเนินงานต่างๆ เช่น การเก็บภาษี เป็นต้น นั่นคือบุคคลเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องรู้จักกับธุรกิจเป็นการส่วนตัว แต่สามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลทางบัญชีได้ การบัญชีนอกจากอำนวยประโยชน์แก่ธุรกิจแล้ว ทั้งนี้ทั้งนั้นยังเป็นประโยชน์กับกิจการที่มิได้มีวัตถุประสงค์ใสการแสวงหากำไรอีก เช่น มูลนิธิ สมาคม โรงเรียน ฯลฯ |
| รู้จักกับเครดิตลิงค์โน้ต (CLN) |
Tags: บทความการเงิน | สาระน่ารู้
| Written by สำนักงานบัญชี |
| Saturday, 14 June 2008 07:48 |
|
ระยะหลังนี้ ท่านผู้อ่านทั้งหลายอาจจะคุ้นหูกับการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับตราสารประเภท Credit Linked Note (CLN) อยู่บ่อยๆ ในวันนี้ผู้เขียนเลยจะขอนำเสนอถึงเรื่องราว ความรู้เบื้องต้นของตราสารประเภท Credit Linked Note ว่ามันมีลักษณะอย่างไร มีความเสี่ยงอะไรจากการลงทุนในตราสารประเภทนี้บ้าง และเราได้รับประโยชน์จากการลงทุนในตราสารประเภทนี้อย่างไร เริ่มกันเลยนะครับ พูดถึงลักษณะของตราสารประเภท CLN จริงๆ แล้ว CLN ก็คือตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝงทางการเงินประเภทหนึ่ง ที่มีคุณลักษณะคล้ายหุ้นกู้ ในส่วนของกระแสเงินสด และความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ที่อาจเกิดขึ้นได้ ผู้ออกตราสาร CLN โดยส่วนใหญ่จะเป็นสถาบันการเงิน โดยสถาบันการเงินนั้นจะออกตราสารที่มีผลตอบแทนหรือความสามารถในการจ่ายคืนเงินต้นอ้างอิงกับตราสารหนี้ที่อ้างอิง (Reference asset) หรือผู้ออกตราสารหนี้ที่อ้างอิง (Reference entity) ที่ผู้ออกตราสารสัญญาจะชําระเงินต้น ผู้ถือตราสาร CLN จะได้รับผลตอบแทนในรูปของดอกเบี้ย ซึ่งจะมีส่วนของมูลค่าเพิ่ม (Premium) รวมอยู่ด้วย คราวนี้มาดูกันว่า การลงทุนใน CLN นั้น มีประโยชน์ที่เห็นชัดอย่างไรบ้างสำหรับนักลงทุน
ในแง่ของความเสี่ยง ในขณะที่ผู้ถือตราสาร CLN จะมีความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้เหมือนกับผู้ถือหุ้นกู้แล้ว ตราสาร CLN เองยังมีความเสี่ยงเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ผิดปกติที่อาจเกิดกับตราสารหนี้ที่อ้างอิง หรือผู้ออกตราสารหนี้ที่อ้างอิง พูดง่ายๆ ก็คือ หากไม่เกิดเหตุการณ์ที่ผิดปกติในระหว่างช่วงระยะเวลาของการถือ CLN ผู้ถือตราสาร CLN ก็จะได้รับชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ยเต็มจำนวนจากผู้ออกตราสาร CLN สำหรับเหตุการณ์ผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นได้ คือ การผิดนัดชําระหนี้ของผู้ออกตราสารหนี้ที่อ้างอิง ไม่ว่าจะผิดนัดในส่วนของดอกเบี้ย หรือเงินต้นเมื่อถึงกำหนดชำระ และการล้มละลายของผู้ออกตราสารหนี้ที่อ้างอิง และนอกไปจากความเสี่ยงที่อาจเกิดเหตุการณ์ที่ผิดปกติแล้ว ความเสี่ยงจากการลงทุนใน CLN ยังรวมถึงเหตุการณ์ภายในประเทศของตราสารหนี้ที่อ้างอิงที่กระทบกับความสามารถของผู้ออกตราสาร CLN นั้นๆ และความสามารถในการชําระหนี้ของทั้งผู้ออกตราสาร CLN และผู้ออกตราสารหนี้ที่อ้างอิง (Combined credit risk) ด้วย แต่เราก็สามารถที่จะควบคุมความเสี่ยงต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นได้ เช่น การเลือกลงทุนในตราสารที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating) จากสถาบันการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ได้รับการยอมรับจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) หรือการกำหนดอัตราส่วนการลงทุนตามที่สำนักงาน ก.ล.ต.ประกาศกำหนด เป็นต้น แต่อย่างไรก็ตาม ในเรื่องความเสี่ยงของการลงทุน ทางสำนักงานก.ล.ต.ได้มีระเบียบและข้อปฏิบัติให้แต่ละบริษัทจัดการปฏิบัติตาม ซึ่งก็นับเป็นช่องทางหนึ่งในการควบคุมความเสี่ยงในการลงทุนใน CLN ให้กับนักลงทุนโดยองค์กรและหน่วยงานของรัฐ เช่นเดียวกับการลงทุนโดยทั่วไป ผลตอบแทนจากการลงทุนต้องควบคู่ไปกับความเสี่ยงเสมอ ดังนั้น การลงทุนใน CLN ก็ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการลงทุนในการช่วยกระจายความเสี่ยง หากเราเลือกลงทุนในช่วงเวลาที่เหมาะสม จะเห็นว่าในช่วงนี้ผลตอบแทนของ Euro Commercial Paper (ECP) นั้น ได้ปรับลดลงตามอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐอเมริกาค่อนข้างมากประมาณ 1.25% ดังนั้น การลงทุนใน CLN ในช่วงเวลานี้ ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม โดยในอนาคตอันใกล้นี้ การลงทุนใน CLN น่าจะเข้ามามีบทบาทสำคัญไม่แพ้ ECP ในรูปของการลงทุนใน CLN ที่ link ผ่านกับพันธบัตรรัฐบาลของประเทศที่มีผลตอบแทนสูง หากท่านผู้อ่านสนใจรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่ ฝ่ายการตลาด-กองทุนรวม บลจ.ไอเอ็นจี (ประเทศไทย) จำกัด โทร.02 688-7777 กด 2 (หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ อ้างใน http://www.msn.co.th) |
| Last Updated on Tuesday, 02 December 2008 06:56 |