สำนักงานบัญชี ชัวร์แทค แอคเคาน์ติ้ง
| หน้าที่ของนักทำบัญชีหรือพนักงานบัญชี (ฺBookkeepers) จึงเป็นลักษณะงานประจำที่ต้องทำเหมือนๆ กันทุกวัน คือลงบัญชี แยกประเภทรายการ และทำงบการเงิน โดยคนหนึ่งอาทำตั้งแต่ลงรายการในสมุดบัญชีขั้นต้น ผ่านไปบัญชีแยกประเภท ทำรายการปรับปรุงและปิดบัญชีเมื่อสิ้นงวด ตลอดจนงบการเงิน หรืออาจมีพนักงานหลายคนช่วยกันทำหน้าที่เหล่านี้ ส่วนหน้าที่ของนักบัญชี (Accountants) นอกจากรับผิดชอบงานของผู้ทำบัญชีแล้วยังรวมงานด้านความคิดที่ต้องใช้สมองและความรู้พิเศษอีกด้วย เช่น การวิเคราะห์ แปลความหมายของข้อมูล การวางรูปแบบัญชี การทำงบประมาณ และการสอบบัญชี เป็นต้น ฉะนั้นคนที่จะเป็นนักบัญชีได้จะต้องศึกษา และมีความรู้ทางบัญชีโดยมากกว่าผู้ทำบัญชี |
| บนถนน คนทำงานฟรีแลนซ์ |
Tags: บทความการเงิน | สาระน่ารู้
| Written by สำนักงานบัญชี |
| Friday, 13 June 2008 04:21 |
|
บนเส้นทางของความสำเร็จ นอกจากพรสวรรค์และพรแสวงแล้ว ความมุ่งมั่น และไม่ไขว้เขวกับจุดมุ่งหมายของตัวเองดูจะเป็นคุณสมบัติลำดับต้นๆ ที่มนุษย์งานทุกคนพึงมี ยิ่งใครคิดจะยึดอาชีพอิสระหรือฟรีแลนซ์ ที่ดูประหนึ่งเป็นงานที่รายได้ไม่แน่นอนตายตัว คุณสมบัติพวกนี้จำเป็นต้องฝึกฝนและขัดเกลาให้มากขึ้นกว่าเดิม ถ้าคุณยังเป็นพนักงานประจำที่นั่งกินเงินเดือนอยู่ในบริษัทใดบริษัทหนึ่ง หรือเพียงแค่เคย คงพอนึกออกนะคะว่า บนความมั่นคง (เพราะได้เงินเดือนแน่นอน แถมยังมีโบนัส สวัสดิการอื่นๆ อีกต่างหาก) อย่างที่ใครๆ ว่าไว้นั้น จำต้องแลกมาด้วยสิ่งใดบ้าง !! ยิ่งในยุคที่อะไรๆ ก็ต้องรีบและอะไรๆ ก็ต้องแข่งขันกันไปหมดอย่างนี้ นอกจากจะมีงานประจำที่ต้องทำล้นมือแล้ว วันดีคืนดีออฟฟิศยังมีงานหลวงมาให้ช่วยอีก แล้วอย่างนี้จะไม่ให้มีคนนั่งหน้าตูม ทนทุกข์อยู่บนความมั่นคงได้ยังไง จริงมั้ยค่ะ งานนี้ถ้าใครปรับตัวได้ก็ดีใจด้วย แต่ถ้าใครที่อดรนทนไม่ไหว คงต้องเลือกหนทางลาออก!! แต่ถามว่าลาออกแล้วจะทำยังไงต่อ...ในเมื่อชีวิตยังต้องเดินต่อไป จะถือพอร์ตโฟลิโอไปสมัครงานใหม่รึ ก็คงได้อารมณ์ร่วมไม่ต่างกัน และเมื่อตกอยู่ในภาวะอย่างนี้คำว่า “ฟรีแลนซ์” ก็คงจะสว่างวาบขึ้นทันใด ยิ่งถ้าวิชาชีพเอื้อให้ด้วยอย่างพวกคนทำงานเขียน ทำงานข่าว ช่างภาพ ทำงานศิลป์ แล้วละก้อ โอ้...มันช่างเป็นทางเลือกที่เร้าใจเสียนี่กระไร แต่การเป็นฟรีแลนซ์ก็ใช่จะมีแต่ความหอมหวาน ก่อนกระโจนลงไปต้องไตร่ตรอง ถามตัวเองให้ดีๆ ก่อนว่า ในชีวิตอันแสนสั้นของเรานี้ต้องการสิ่งใดเป็นปลายทาง ดูอย่างคุณ นันทวรรณ รุ่งวงศ์พาณิชย์ นักเขียนบทละครโทรทัศน์ชื่อดังจากละครเรื่อง เล่ห์รตี สิคะ แม้เธอจะมีจุดมุ่งหมายที่แน่ชัดมาตั้งแต่ยังเป็นสาวแรกรุ่นว่า อยากจะเป็นนักเขียนอาชีพ ก็ยังต้องฝ่าฟันเสียแทบแย่ ทั้งๆ ที่เคยไปฝึกงานเขียนบทละครโทรทัศน์กับอาจารย์ ชลประคัลภ์ จันทร์เรือง และคุณละลิตา ฉันทศาสตร์โกศล มาแล้ว แต่เมื่อเรียนจบจากคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เธอก็ยังตกหลุมพรางทางสังคม เห็นใครๆ ไปสมัครเป็นพนักงานประจำกันหมด เธอจึงไปด้วย และได้งานเขียนสคริปต์กล่าวเปิดปิดงาน Event ที่บริษัทมิกซ์แทร็ค ทำอยู่ปีกว่าทนเสียงเพรียกจากความตั้งใจเดิมไม่ไหวจึงตัดสินใจลาออก มาเป็นฟรีแลนซ์เขียนบทละครโทรทัศน์ให้บริษัทของคุณละลิตา ”ช่วง 2-3 ปีแรกลำบากมาก เพราะรายได้ไม่แน่นอน และประสบการณ์การเขียนของตัวเองก็ไม่ได้มีมาก งานจึงออกมาไม่ดีเท่าที่เจ้านายต้องการ และเมื่อเรายังไม่มีความเป็นมืออาชีพมากพอ ผู้จัดละครเขาก็ไม่ค่อยเชื่อมั่นในผลงานเราสักเท่าไหร่” แม้ก้าวแรกๆ จะทำให้เกิดอาการหวั่นไหวแต่เธอก็ยังอดทนทำต่อไป จนก้าวเข้าปีที่ 3 จึงเริ่มมองเห็นเค้าลางของความมั่นคงในวิชาชีพ เพราะรายได้ที่เคยไม่แน่นอน เริ่มตีตื้นขึ้นเรื่อยๆ จากผลงานซึ่งเริ่มเข้าตากรรมการมากขึ้น และชื่อเสียงของเธอก็เริ่มเป็นที่รู้จักกันมากขึ้นด้วย แม้จะเริ่มมีชื่อเสียงในวงการ ก็ใช่ว่าเม็ดเงินจะคงที่เหมือนอย่างพนักงานประจำทั่วๆ ไป เพราะตราบใดที่งานเขียนยังไม่ได้รับการอนุมัติจากผู้จัดละคร งานชิ้นนั้นก็ถือว่ายังไม่เสร็จสมบูรณ์ดี รายได้จึงต้องยืดเยื้อออกไปเรื่อยๆ บางครั้งกว่าจะได้รับรายได้จากงานชิ้นหนึ่งๆ ก็กินเวลานานถึง 5 เดือน ซึ่งในระหว่างนั้นเธอจึงจำเป็นต้องรับงานนอกเข้ามาเพิ่ม อย่างงานเขียนสคริปต์รายการโทรทัศน์ และงาน Event ต่างๆ เพื่อให้อยู่รอด เมื่อมาถึงวันนี้ ผลงานที่ทำมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ทำให้เส้นทางความเป็นมืออาชีพของเธอค่อยๆ มั่นคงขึ้น จนสามารถก่อตั้งกลุ่มนักเขียนบทละครโทรทัศน์ภายใต้ชื่อ ช่างปั้นเรื่อง ”ดิฉันทำฟรีแลนซ์มาได้ 11 ปี ก็เริ่มตั้งกลุ่ม และหางานเข้ามาทำเอง ประสบการณ์ชีวิตของคุณนันทวรรณคือตัวอย่างหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นว่า การจะเป็นฟรีแลนซ์ที่สร้างความมั่นคงให้กับตัวเองได้ จำเป็นต้องมีความเป็นมืออาชีพในวิชาชีพนั้นๆ เพราะถ้าผลงานชิ้นหนึ่งๆ ผ่านตาผู้ใหญ่ได้ อนาคตสำหรับงานชิ้นต่อๆ มาก็จะง่ายมากขึ้น และแน่นอนว่ารายได้อันมั่นคงก็จะก่อตัวขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย แต่แม้งานจะได้รับการยอมรับแล้ว ก็ใช่จะนิ่งนอนใจได้นะคะ เพราะคุณยังจำเป็นต้องพัฒนาตัวเองต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง ถ้าหยุดเมื่อไหร่... เด็กรุ่นใหม่ผู้มีไฟก็พร้อมจะก้าวผ่านคุณไปอย่างไม่ต้องลังเล เหมือนที่คุณนันทวรรณบอกว่า “งานเขียนของเด็กรุ่นใหม่ๆ จะสดกว่าเรา และเขามีไฟที่จะทำงานออกมาเยอะมาก เราอยู่ในวงการนี้มานานก็ต้องพยายามพัฒนางานของตัวเองให้แตกต่างออกไป ซึ่งตอนนี้ดิฉันก็พยายามทำให้งานเขียนออกมาในเชิงลุ่มลึกมากขึ้น และเลือกทำงานที่ดีขึ้น” รวมถึงเรื่องของความอดทนที่จะต้องทำงานกับผู้คนอันหลากหลาย ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่คนเป็นฟรีแลนซ์ไม่ควรมองข้าม นอกเหนือจากต้องมีความฉับไวเรื่องข้อมูลข่าวสาร และเป็นพหูสูตรเพื่อป้องกันการตกยุค และที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด คือเรื่องความมีวินัยที่จะต้องส่งงานให้ได้ตรงตามกำหนด ถ้าคุณไม่สามารถเป็นเพื่อนตายกับคำว่าวินัยได้แล้ว ความคิดอยากจะก้าวเดินไปบนถนนสายอิสระของการเป็นฟรีแลนซ์ ก็คงจะเป็นได้แค่เรื่องฝันไม่ไกลแต่ไปไม่ถึงแน่ๆ ค่ะ มาถึงบรรทัดนี้แล้ว ตัดสินใจได้หรือยังคะว่า จะออกไปเป็นฟรีแลนซ์หรือปรับตัว ปรับใจทำงานประจำของเราต่อไปดี (ดาหลา, นิตยสาร kids&family ปีที่ 10 ฉบับที่ 110 พฤษภาคม 2548) |
| Last Updated on Tuesday, 02 December 2008 07:00 |