สำนักงานบัญชี

สำนักงานบัญชี ชัวร์แทค แอคเคาน์ติ้ง

Suretax-Accounting.com

สำนักงานบัญชีบริการ 'ผู้จัดการ Online' หนังสือพิมพ์ผู้จัดการออนไลน์ ผ่านอินเทอร์เน็ต ด้วยระบบ RSS Feeds ที่ทันสมัย รายงานข่าวรายวันล่าสุดได้รวดเร็วตลอด 24 ชม. จากสำนักหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ  ที่มีเนื้อหาครบทุกด้าน  อีกทั้งยังเสนอข้อมูลธุรกิจ SMEs หลักวิเคราะห์  เรื่องราว บทความหลากหลายเนื้อหา และเว็บไซต์สำนักงานบัญชี มีบริการดาวน์โหลด 'แบบฟอร์มบัญชี และสื่อการเรียนรู้" ที่เป็นประโยชน์ต่อนักบัญชี  หรือผู้ที่สนใจทั่วไป อาทิเช่น เมนูคลังข้อมูลการบัญชี  บริการดาวน์โหลดแบบฟอร์มบัญชี  บริการทางบัญชีผ่านระบบอินเทอร์เน็ต และตรวจค้นข้อมูลธุรกิจ
บทความกฎหมาย - ปัญหาหนี้เงินกู้

Tags: บทความกฎหมาย | สาระน่ารู้

Written by สำนักงานบัญชี   
Thursday, 19 June 2008 06:17

ดิฉันและสามีแต่งงานทำการค้าขายเครื่องสุขภัณฑ์ ต่อมาสามีได้ไปขอกู้ยืมเงินเพื่อนคิดดอกเบี้ยนอกระบบกัน เพื่อนของสามีก็ให้เงินมาหมุนลงทุนในกิจการสุขภัณฑ์หลายครั้ง และแต่ละครั้งสามีจะเป็นผู้ลงชื่อในสัญญากู้ว่าเป็นผู้กู้เพียงผู้เดียว ส่วนดิฉันลงชื่อเป็นพยานในสัญญากู้ทุกครั้งเช่นกัน ขณะนี้เงินต้นที่ยังค้างชำระอยู่เกือบล้านบาทในระหว่างที่เราสมรสกันแล้ว ก็ได้สร้างทรัพย์สินหลายอย่าง รวมทั้งที่ดินและตึกแถวที่ขายเครื่องสุขภัณฑ์ ซึ่งเป็นชื่อสามีคนเดียวถือกรรมสิทธิ์ไว้และนำจำนองไว้กับธนาคาร ต่อมาเราแยกทางกัน โดยฟ้องศาลเยาวชนและครอบครัวได้พิพากษาให้หย่า โดยที่ดินและตึกแถวดังกล่าวเป็นสินสมรส ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ ขณะนี้สามีได้หนีไปต่างประเทศและจะไม่กลับมาแล้ว เพราะมีเงินติดตัวไปด้วย ก่อนไปสามีได้ทำการไถ่ถอนจำนองที่ดินและตึกแถวจากธนาคารแล้วขายให้กับญาติผู้พี่ของสามี หลังจากศาลมีคำพิพากษาแล้ว ดิฉันอยากจะปรึกษาคุณสุกัญญาให้ข้อกฎหมายดังนี้

1. การที่ดิฉันไม่ได้เป็นผู้กู้ แต่ลงชื่อในฐานะพยาน ดิฉันจะถูกเพื่อนของสามีฟ้องร้องเงินกู้จำนวนนี้ได้หรือไม่ หากเขาหาตัวสามีมาฟองไม่ได้

2. การที่ศาลเยาวชนและครอบครัวได้มีคำพิพากษาว่าที่ดินและตึกแถวเป็นสินสมรส แต่สามีได้แอบขายให้แก่ญาติผู้พี่ไปทั้ง ๆ ที่ดิฉันยังทำการค้าขายอยู่ ดิฉันควรจะทำอย่างไรจึงจะได้ที่ดินและตึกแถวคืนมา
วรรณดี กท.


ถ้าพิจารณาในแง่สัญญากู้แต่เพียงอย่างเดียวนั้น หากการกู้ยืมเงินเกิน 50 บาทขึ้นไป จะต้องมีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งที่มีลายมือชื่อผู้กู้ด้วย จึงจะนำมาฟ้องร้องให้บังคับคดีได้ เช่น สามีกู้ยืมเงินไปใช้ส่วนตัวลำพัง โดยภริยาไม่ได้ลงชื่อเป็นผู้กู้ด้วย การที่ภริยาลงชื่อไว้ในฐานะพยานแต่ไม่ใช่เป็นผู้กู้ เจ้าหนี้ไม่อาจฟ้องร้องบังคับคดีเอาทรัพย์สินของภริยาได้
แต่ถ้าหากสามีหรือภริยาไปกู้ยืมเงินในเรื่องที่จะกล่าวต่อไป แม้อีกฝ่ายจะไม่ได้เป็นผู้กู้ด้วย เจ้าหนี้ก็ฟ้องร้องบังคับคดีเอากับคู่สมรสที่ไม่ได้ลงชื่อในสัญญากู้ได้ อันได้แก่หนี้สินที่เกิดขึ้นระหว่างสินสมรสดังต่อไปนี้


หนี้เกี่ยวกับการจัดการบ้านเรือนและจัดหาสิ่งจำเป็นสำหรับครอบครัว การอุปการะเลี้ยงดูตลอดจนการรักษาพยาบาลบุคคลในครอบครัว และการศึกษาของบุตรตามสมควรแก่อัตภาพ
หนี้ที่เกี่ยวข้องกับสินสมรส
หนี้ที่เกิดขึ้นเนื่องจากการงาน ซึ่งสามีภริยาทำด้วยกัน
หนี้ที่สามีหรือภริยาก่อขึ้นเพื่อประโยชน์ตนฝ่ายเดียว แต่อีกฝ่ายหนึ่งได้ให้สัตยาบัน
หนี้ที่สามียืมเพื่อนไปลงทุนค้าขายที่สามีและภริยาทำด้วยกัน แม้สามีจะลงชื่อเป็นผู้กู้ฝ่ายเดียว เจ้าหนี้ฟ้องภริยาให้รับผิดชอบได้แม้จะไม่ได้ลงชื่อไว้ก็ตาม เพราะเป็นหนี้ที่สามีกู้เงินมาลงทุนเอากำไรมาใช้จ่ายเลี้ยงครอบครัว เป็นหนี้เกี่ยวข้องกับสินสมรสและการอุปการะเลี้ยงดู จึงเป็นหนี้ร่วมระหว่างสามีภริยา ต้องรับผิดชอบร่วมกันต่อเจ้าหนี้

เป็นเรื่องคำพิพากษาผูกพันบุคคลภายนอกหรือไม่ โดยทั่วไป คำพิพากษา ย่อมผูกพันเฉพาะคู่ความในคดีเท่านั้น ไม่ผูกพันบุคคลภายนอก ข้อยกเว้นมีหลายประการ โดยเฉพาะหากเป็น "คำพิพากษาที่วินิจฉัยถึงกรรมสิทธิ์แห่งทรัพย์สินใด ๆ ที่เป็นคุณแก่คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ก็สามารถจะใช้ยันบุคคลภายนอกได้" บุคคลภายนอกจะอ้างว่าคำพิพากษาดังกล่าวไม่ผูกพันตนได้ต่อเมื่อบุคคลภายนอกสามารถแสดงให้เห็นว่า ตนมีสิทธิดีกว่าคู่ความในคดีอย่างไร
สำหรับกรณีนี้ ญาติสามีเป็นผู้ซื้อ ย่อมจะต้องทราบถึงฐานะและความสัมพันธ์ฉันสามีภริยาระหว่างสามี รวมทั้งว่าคุณในฐานะภริยามีส่วนเป็นเจ้าของที่ดินและบ้านพิพาทที่เกิดขึ้นระหว่างสมรสและสินสมรสด้วย การที่มาซื้อโดยรับโอนจากสามีจึงน่าจะเป็นการรับโอนโดยไม่สุจริต คำพิพากษาของศาลเยาวชนฯ ที่วินิจฉัยว่าที่ดินและตึกแถวเป็นสินสมรส จึงอาจใช้ยันญาติผู้พี่ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกได้ ภริยาจึงสามารถใช้สิทธิฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการซื้อขายที่ดินและตึกแถวดังกล่าวได้ เพราะเป็นการโอนโดยภริยาไม่ได้ให้ความยินยอมด้วย

อย่างไรก็ตาม การที่ศาลพิพากษาให้หย่ากันแล้ว สินสมรสก็ต้องแบ่งคนละครึ่ง จึงต้องไปตกลงแบ่งครึ่งกับสามีเอาเองอีกทีหนึ่งรวมกับสินสมรสอื่น ๆ ตกลงกันไม่ได้ ก็ขายทอดตลาดนำเงินมาแบ่งกันคนละครึ่ง

(สุกัญญา รัตนนาคินทร์, คลินิก กฎหมาย หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันอังคารที่ 28 กันยายน 2542 อ้างใน http://www.elib-online.com)

Last Updated on Friday, 19 December 2008 07:15