สำนักงานบัญชี

สำนักงานบัญชี ชัวร์แทค แอคเคาน์ติ้ง

รับสมัครพนักงานบัญชีโทร.0-2712-7104

รับทำบัญชีทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ
Accounting Services Tel. (66) 0-2712-7104

วิวัฒน์  กุลธวัชชัย
กรรมการผู้จัดการ
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
บัญชีบัณฑิตและมหาบัณฑิต ม.ธรรมศาสตร์
ติดต่อด้านสอบบัญชีและการตรวจสอบภายใน
มือถือ. 08 1712 1313
  
ศิรินทร บุญทอย
รองกรรมการผู้จัดการ
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
บัญชีบัณฑิตและมหาบัณฑิตด้านบริหารธุรกิจ ม.รามคำแหง
ติดต่อด้านรับทำบัญชีและจดทะเบียนต่างๆ
มือถือ. 08 9666 1369

289/1 ชั้น 5 อาคารดัชเชส พลาซ่า ถนนสุขุมวิท 55 กทม.10110
เบอร์ออฟฟิศ.0-2712-7104 โทรสาร.0-2712-7106

ปัญหาหนี้เงินกู้
Written by สำนักงานบัญชี   
Thursday, 19 June 2008 13:17

ดิฉันและสามีแต่งงานทำการค้าขายเครื่องสุขภัณฑ์ ต่อมาสามีได้ไปขอกู้ยืมเงินเพื่อนคิดดอกเบี้ยนอกระบบกัน เพื่อนของสามีก็ให้เงินมาหมุนลงทุนในกิจการสุขภัณฑ์หลายครั้ง และแต่ละครั้งสามีจะเป็นผู้ลงชื่อในสัญญากู้ว่าเป็นผู้กู้เพียงผู้เดียว ส่วนดิฉันลงชื่อเป็นพยานในสัญญากู้ทุกครั้งเช่นกัน ขณะนี้เงินต้นที่ยังค้างชำระอยู่เกือบล้านบาทในระหว่างที่เราสมรสกันแล้ว ก็ได้สร้างทรัพย์สินหลายอย่าง รวมทั้งที่ดินและตึกแถวที่ขายเครื่องสุขภัณฑ์ ซึ่งเป็นชื่อสามีคนเดียวถือกรรมสิทธิ์ไว้และนำจำนองไว้กับธนาคาร ต่อมาเราแยกทางกัน โดยฟ้องศาลเยาวชนและครอบครัวได้พิพากษาให้หย่า โดยที่ดินและตึกแถวดังกล่าวเป็นสินสมรส ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ ขณะนี้สามีได้หนีไปต่างประเทศและจะไม่กลับมาแล้ว เพราะมีเงินติดตัวไปด้วย ก่อนไปสามีได้ทำการไถ่ถอนจำนองที่ดินและตึกแถวจากธนาคารแล้วขายให้กับญาติผู้พี่ของสามี หลังจากศาลมีคำพิพากษาแล้ว ดิฉันอยากจะปรึกษาคุณสุกัญญาให้ข้อกฎหมายดังนี้

1. การที่ดิฉันไม่ได้เป็นผู้กู้ แต่ลงชื่อในฐานะพยาน ดิฉันจะถูกเพื่อนของสามีฟ้องร้องเงินกู้จำนวนนี้ได้หรือไม่ หากเขาหาตัวสามีมาฟองไม่ได้

2. การที่ศาลเยาวชนและครอบครัวได้มีคำพิพากษาว่าที่ดินและตึกแถวเป็นสินสมรส แต่สามีได้แอบขายให้แก่ญาติผู้พี่ไปทั้ง ๆ ที่ดิฉันยังทำการค้าขายอยู่ ดิฉันควรจะทำอย่างไรจึงจะได้ที่ดินและตึกแถวคืนมา
วรรณดี กท.


ถ้าพิจารณาในแง่สัญญากู้แต่เพียงอย่างเดียวนั้น หากการกู้ยืมเงินเกิน 50 บาทขึ้นไป จะต้องมีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งที่มีลายมือชื่อผู้กู้ด้วย จึงจะนำมาฟ้องร้องให้บังคับคดีได้ เช่น สามีกู้ยืมเงินไปใช้ส่วนตัวลำพัง โดยภริยาไม่ได้ลงชื่อเป็นผู้กู้ด้วย การที่ภริยาลงชื่อไว้ในฐานะพยานแต่ไม่ใช่เป็นผู้กู้ เจ้าหนี้ไม่อาจฟ้องร้องบังคับคดีเอาทรัพย์สินของภริยาได้
แต่ถ้าหากสามีหรือภริยาไปกู้ยืมเงินในเรื่องที่จะกล่าวต่อไป แม้อีกฝ่ายจะไม่ได้เป็นผู้กู้ด้วย เจ้าหนี้ก็ฟ้องร้องบังคับคดีเอากับคู่สมรสที่ไม่ได้ลงชื่อในสัญญากู้ได้ อันได้แก่หนี้สินที่เกิดขึ้นระหว่างสินสมรสดังต่อไปนี้


หนี้เกี่ยวกับการจัดการบ้านเรือนและจัดหาสิ่งจำเป็นสำหรับครอบครัว การอุปการะเลี้ยงดูตลอดจนการรักษาพยาบาลบุคคลในครอบครัว และการศึกษาของบุตรตามสมควรแก่อัตภาพ
หนี้ที่เกี่ยวข้องกับสินสมรส
หนี้ที่เกิดขึ้นเนื่องจากการงาน ซึ่งสามีภริยาทำด้วยกัน
หนี้ที่สามีหรือภริยาก่อขึ้นเพื่อประโยชน์ตนฝ่ายเดียว แต่อีกฝ่ายหนึ่งได้ให้สัตยาบัน
หนี้ที่สามียืมเพื่อนไปลงทุนค้าขายที่สามีและภริยาทำด้วยกัน แม้สามีจะลงชื่อเป็นผู้กู้ฝ่ายเดียว เจ้าหนี้ฟ้องภริยาให้รับผิดชอบได้แม้จะไม่ได้ลงชื่อไว้ก็ตาม เพราะเป็นหนี้ที่สามีกู้เงินมาลงทุนเอากำไรมาใช้จ่ายเลี้ยงครอบครัว เป็นหนี้เกี่ยวข้องกับสินสมรสและการอุปการะเลี้ยงดู จึงเป็นหนี้ร่วมระหว่างสามีภริยา ต้องรับผิดชอบร่วมกันต่อเจ้าหนี้

เป็นเรื่องคำพิพากษาผูกพันบุคคลภายนอกหรือไม่ โดยทั่วไป คำพิพากษา ย่อมผูกพันเฉพาะคู่ความในคดีเท่านั้น ไม่ผูกพันบุคคลภายนอก ข้อยกเว้นมีหลายประการ โดยเฉพาะหากเป็น "คำพิพากษาที่วินิจฉัยถึงกรรมสิทธิ์แห่งทรัพย์สินใด ๆ ที่เป็นคุณแก่คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ก็สามารถจะใช้ยันบุคคลภายนอกได้" บุคคลภายนอกจะอ้างว่าคำพิพากษาดังกล่าวไม่ผูกพันตนได้ต่อเมื่อบุคคลภายนอกสามารถแสดงให้เห็นว่า ตนมีสิทธิดีกว่าคู่ความในคดีอย่างไร
สำหรับกรณีนี้ ญาติสามีเป็นผู้ซื้อ ย่อมจะต้องทราบถึงฐานะและความสัมพันธ์ฉันสามีภริยาระหว่างสามี รวมทั้งว่าคุณในฐานะภริยามีส่วนเป็นเจ้าของที่ดินและบ้านพิพาทที่เกิดขึ้นระหว่างสมรสและสินสมรสด้วย การที่มาซื้อโดยรับโอนจากสามีจึงน่าจะเป็นการรับโอนโดยไม่สุจริต คำพิพากษาของศาลเยาวชนฯ ที่วินิจฉัยว่าที่ดินและตึกแถวเป็นสินสมรส จึงอาจใช้ยันญาติผู้พี่ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกได้ ภริยาจึงสามารถใช้สิทธิฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการซื้อขายที่ดินและตึกแถวดังกล่าวได้ เพราะเป็นการโอนโดยภริยาไม่ได้ให้ความยินยอมด้วย

อย่างไรก็ตาม การที่ศาลพิพากษาให้หย่ากันแล้ว สินสมรสก็ต้องแบ่งคนละครึ่ง จึงต้องไปตกลงแบ่งครึ่งกับสามีเอาเองอีกทีหนึ่งรวมกับสินสมรสอื่น ๆ ตกลงกันไม่ได้ ก็ขายทอดตลาดนำเงินมาแบ่งกันคนละครึ่ง

(สุกัญญา รัตนนาคินทร์, คลินิก กฎหมาย หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันอังคารที่ 28 กันยายน 2542 อ้างใน elib-online.com)

Last Updated on Friday, 03 April 2009 16:48