|
เขียนโดย สำนักงานบัญชี
|
|
วันพฤหัสบดีที่ 25 พฤศจิกายน 2010 เวลา 23:36 น. |
|
ปัญหาเรื่องกฏหมาย เป็นสิ่งที่แม่เลี้ยงเดี่ยวหลายคนมักถามถึงเสมอในทุกเวทีที่มีการจัดงานเกี่ยวกับการดูแลลูก ครั้งนี้จึงได้นำ 10 คำถามยอดฮิตในทางกฏหมายมานำเสนอ เพื่อเป็นประโยชน์ให้แม่เลี้ยงเดี่ยวนำไปปรับใช้เมื่อประสบปัญหา
- หากไม่ได้จดทะเบียนสมรสใครมีสิทธิจะได้ดูแลลูก ผู้ที่ได้สิทธิในการดูแลลูกนั้น จะต้องเป็นผู้ที่ทำเพื่อประโยชน์ของเด็ก เช่น ให้ที่พักอาศัยเป็นหลักแหล่ง ประมวงกฏหมานแพ่งฯ มาตรา 1546 บัญญัติว่า “เด็กที่เกิดจากหญิงที่มิได้สมรสกับชาย ให้ถือเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฏหมายของหญิงนั้น...” หากคุณแม่ได้แต่งงานกับผู้ที่เป็นพ่อของเด็ก ถือว่าเป็นลูกโดยชอบด้วยกฏหมายของคุณแม่อยู่แล้วครับ
- หากต้องการจะหย่ากับสามีต้องดำเนินการอย่างไร ปัญหาส่วนใหญ่ที่พบคือ สามีไม่ยินยอมที่จะหย่า จึงต้องมีการฟ้องหย่าประมวลกฏหมายแพ่งฯ มาตรา 1516 ระบุสาเหต่ที่สามารถขอหย่าได้หลายประการ เช่น อุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องผู้อื่นฉันสามีหรือภริยา เป็นชู้หรือมีชู้ หรือร่วมประเวณีกับผู้อื่นเป็นอาจิน จงใจระทิ้งร้างอีกฝ่ายหนึ่งไปเกินหนึ่งปี เป็นต้น ศาลที่พิจาณาคดีจะคำนึงถึงเหตผล ทั้งในทางกฏหมายและในหลักการด้านอื่นๆ ประกอบ โดยเฉพาะเรื่องลูก
- แม่เลี้ยงเดี่ยวสามารถเรียกค่าเลี้ยงดูลูกได้อย่างไร ค่าอุปการะเลี้ยงดูนั้นสามารถเรียกได้ทั้งในสถานะเป็น ภริยา และแทน บุตร ประมวลกฏหมายแพ่งฯ มาตรา 1598/38 บัญญัติว่า “ค่าอุปการะเลี้ยงดูระหว่างสามีภริยาหรือระหว่างบิดามารดากับบุตรนั้นย่อมเรียกจากกันได้ ในเมื่อฝ่ายที่ควรได้รับ...ไม่ได้รับการอุปการะเลี้ยงดู หรือได้รับการอุปการะเลี้ยงดูไม่เพียงพอแก่อัตภาพ...” จึงเรียกร้องได้ตามสิทธินี้ครับ
- แม่เลี้ยงเดี่ยวมีหน้าที่ดูแลลูกอย่างไรตามกฏหมาย มีกฏหมายหลายฉบับ เช่น ประมวลกฏหมายแพ่งฯ มาตรา 1564 บัญญัติว่า “...มารดาจำต้องอุปการะเลี้ยงดู และให้การศึกษาตามสมควรแก่บุตรในระหว่างที่เป็นผู้เยาว์” มาตรา 1567 บัญญัติว่า “ผู้ใช้อำนาจปกครองมีสิทธิ(1) กำหนดที่อยู่ของบุตร (2) ทำโทษบุตรตามสมควรเพื่อว่ากล่าวสั่งสอน (3) ให้บุตรทำการงานตามสมควรแก่ความสามารถและฐานานุรูป ” หรือพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 23 บัญญัติว่า “ผู้ปกครองต้องให้การอุปการะเลี้ยงดู อบรมสั่งสอน และพัฒนาเด็กที่อยู่ในความปกครองดูแลของตนตามสมควรแกขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมแห่งท้องถิ่นแต่ทั้งนี้ต้องไม่ต่ำกว่ามาตรฐานขั้นต่ำ...” เป็นต้น
- ในอนาคต ถ้าลูกต้องขึ้นทะเบียนทหารกองเกิน จะต้องขึ้นทะเบียนในเขตใด พระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. 2497 มาตรา 5 ระบุทั้งกรณีมีพ่อหรือแม่ ให้ลงบัญชีที่อำเภอท้องที่ที่พ่อหรือแม่มีภูมิลำเนาหรือเด็กที่เกิดนอกสมรสและพ่อไม่ได้จดทะเบียนรับรองบุตร ให้ลงบัญชีท้องที่ที่แม่มีภูมิลำเนา นอกจาก 2 กรณีดังกล่าว หากลูกมีภูมิลำเนาอยู่ที่ใดก็สามารถลงบัญชีในเขตที่มีภูมิลำเนาอยู่ได้สำหรับการใช้เอกสารของพ่อประกอบนั้น จะใช้เฉพาะกรณีที่พ่อได้จดทะเบียนรับรองบุตร หรือยังไม่ได้หย่ากับแม่ จึงสามารถคัดสำเนาทะเบียนบ้านของพ่อไปประกอบได้ (สอบถามได้ที่กองสัสดี กรมรักษาดินแดน)
- หลังอย่าแล้ว จะแบ่งสิทธิในทรัพย์สินอย่างไรบ้าง ทรัพย์สินของคู่สมรสมีอยู่ 2 อย่าง คือสินส่วนตัว และสินสมรส สินส่วนตัวเป็นสิทธิผู้เป็นเจ้าของที่จะจัดการใดๆ สินสมรส คือที่คู่สมรสได้มาระหว่างสมรสที่ฝ่ายใดได้มาระหว่างสมรสโดยพินัยกรรมหรือโดยการให้เป็นหนังสือเมื่อพินัยกรรมหรือหนังสือยกให้ระบุว่าเป็นสินสมรส หรือเป็นดอกผลของสินส่วนตัว ประมวลกฏหมายแพ่งฯ มาตรา 1533 บัญญัติว่า “เมื่อหย่ากันให้แบ่งสินสมรสให้ชายและหญิงได้ส่วนเท่ากัน” แม่เลี้ยงเดี่ยวจึงมีสิทธิในทรัพย์สินดังกล่าวด้วย
- หากต้องการจะฟ้องหย่าหรือฟ้องเรียกค่าเลี้ยงดูจะต้องทำอย่างไร คดีในครอบครัวอย่างการฟ้องหย่า หรือฟ้องเลี้ยงค่าเลี้ยงดูจัดเป็นคดีที่มีความละเอียดอ่อน โดยเฉพาะผลกระทบต่อลูก พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนฯ พ.ศ. 2543 มาตรา 11 ได้บัญญัติว่า คดีครอบครัว คือ คดีแพ่งที่ฟ้องหรือร้องขอต่อศาลหรือกระทำการใดๆ ในทางศาลเกี่ยวกับผู้เยาว์หรือครอบครัวที่คู่ความ สิทธิที่นำคดีกล่าวอ้างในศาลเยาวชนและครอบครัวที่ได้มีการจัดตั้งครอบคลุมในทุกจังหวัดโดยมีวิธีการพิจารณาเป็นพิเศษ และคำนึงถึงผลกระทบอย่างรอบด้าน
- แม่เลี้ยงเดี่ยวมีสิทธิในการใช้นามสกุลของตนเองหรือไม่ ทั้งกรณีที่ได้มีการแต่งงานกับสามีหรือกับบุคคลใดก่อนและหลัง และกรณีที่มิได้แต่งงานกับบุคลใด แม่เลี้ยงเดี่ยวย่อมมีสิทธิที่จะใช้นามสกุลของตนเองได้อยู่แล้วหากมีการสมรส พระราชบัญญัติชื่อบุคคล (ฉบับที่ 3) ฯ มาตรา 12 บัญญัติว่า “คู่สมรสมีสิทธิใช้ชื่อสกุลของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตามที่ตกลงกัน หรือต่างฝ่ายต่างใช้ชื่อสกุลเดิมของตน” แม่เลี้ยงเดี่ยวจึงสามารถเลือกที่จะใช้นามสกุลของตนได้
- แม่เลี้ยงเดี่ยวที่ได้หย่าขาดกับสามีแล้วสามารถใช้นางสาวได้หรือไม่ เดิมทีกฏหมายไม่อนุญาติให้ผู้หญิงที่แต่งงานหรือหย่าแล้วกลับไปใช้คำว่านางสาวเพราะส่งผลกระทบต่อผู้หญิงหลายเรื่องทั้งการทำงาน หรือการมีครอบครัว แต่ขณะนี้ พระราชบัญญัติคำนำหน้านามหญิง พ.ศ. 2551 บัญญัติให้หญิงที่อายุเกินกว่า 15 ปีไม่ว่าจะในระหว่างแต่งงาน หรือสถานภาพการแต่งงานได้สิ้นสุดลงแล้วจะเลือกใช้ นาง หรือ นางสาว ได้ตามความสมัครใจครับ ถือเป็นการปลดแอกการเลือกปฏิบัติหลายอย่างที่ผู้หญิงต้องพบเจอ
- สถานะของลูกจะบรรลุนิติภาวะเมื่อใด ตามประมวลกฏหมายแพ่งฯ ได้บัญญัติว่า เด็กจะบรรลุนิติภาวะที่จะมีสิทธิสมบูรณ์ในชีวิตของตนเอง ในมาตรา 19 บัญญัติว่า “บุคคลย่อมพ้นจากภาวะผู้เยาว์และบรรลุนิติภาวะเมื่ออายุครบยี่สิบปีบริบูรณ์” แต่อย่างไรก็ตาม การบรรลุนิติภาวะของลูกนั้นไม่ได้ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่าง Single Mom และลูกขาดหายไปแต่อย่างใด
10 ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับกฏหมายนี้คงช่วยให้แม่เลี้ยงเดี่ยวได้คลายกังวลกับปัญหาต่างๆ ได้มากขึ้นนะครับ |