บริษัท ชัวร์แทค จำกัด
| ลงทุนซื้อทองคำดีใหม |
| เขียนโดย สำนักงานบัญชี |
| วันศุกร์ที่ 30 พฤษภาคม 2008 เวลา 15:50 น. |
|
สมัยนี้ทุกคนพยายามหารายได้แล้วลดรายจ่ายเพื่อให้มีเงินออม พอมีเงินเก็บเป็นกอบเป็นกำ การลงทุนให้ได้ดอกผลงามและในเวลาเดียวกันก็ลดความเสี่ยงจากการขาดทุนเป็นวิธีการที่ยุ่งยากและต้องใช้ความรู้ความชำนาญ เนื่องจากว่าหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ยังผันผวนไม่ได้ขยับตัวขึ้นมาเป็นเวลาเกือบสี่ปีแล้วเพราะเมื่อปลายปี 2546 ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ปิดที่ประมาณ 750 จุด แต่ทุกวันนี้ในเดือนกรกฎาคม 2549 ดัชนีก็ยังอยู่ที่ประมาณ 670 จุด หากเอาเงินไปฝากแบงก์ก็ได้ดอกเบี้ยเพียง 3-4% แล้วยังต้องถูกหักภาษี 15% ถ้าไปซื้อตราสารหนี้จาก บลจ. (บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน) ก็ได้ผลตอบแทน 4-4.5% โดยไม่ต้องเสียภาษีแต่หลายคนยังห่วง เพราะมีประสบการณ์จากการขาดทุนในกองทุนหลายประเภทวิธีลงทุนประเภทใหม่ที่น่าสนใจก็คือ ซื้อทองคำ เพราะราคาทองคำในตลาดโลกได้ปรับตัวสูงขึ้นจากที่ประมาณ US$ 290 ต่อ 1 ออนซ์ (ซึ่งน้ำหนักเท่ากับน้ำหนักประมาณ 2 บาท) เมื่อ 2-3 ปีที่แล้วขึ้นไปสูงสุดจนถึง US$ 730 แต่ขณะนี้ก็อยู่ที่ประมาณ 620-630 ด้วยเหตุนี้ราคาทองคำที่ซื้อขายในเมืองไทยความบริสุทธิ์ 96.5% จึงตกอยู่ระหว่าง 10,800 - 11,500 บาท ต่อน้ำหนัก 1 บาท ผมแนะนำว่า พ่อบ้านแม่เรือนที่มีเงินเก็บควรหันมาสนใจลงทุนกับทองคำบ้างด้วยเหตุผลดังนี้
ขณะนี้เงินบาทค่อนข้างจะแข็งค่า คือ อยู่ที่ประมาณ 37.9-38.2 บาท ต่อ US Dollar ต่อไปปลายปีหากเงินบาทอ่อนตัวลงอยู่ที่ 39 บาท เวลานั้นราคาทองคำคิดเป็นเงินบาทจะแพงขึ้น เพราะทองคำเป็นสิ่งที่ซื้อขายเป็น US Dollar ในตลาดโลก ราคาขึ้นลงขึ้นอยู่กับอัตราการแลกเปลี่ยน ข้อควรสังเกต คือ อย่าลงทุนทองคำเกินกว่า 10% ของเงินออม ควรกระจายลงทุนไปฝากธนาคารบ้าง ซื้อกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นจาก บลจ. หรือสาขาธนาคารพาณิชย์ต่างๆ บ้าง ซื้อหุ้นไว้สักเล็กน้อย และลงทุนในทองคำประมาณ 5-10% ของเงินออม. (ดร.สุวรรณ วลัยเสถียร, นิตยสาร teen&faminly ปีที่ 11 เลขที่ 127 ตุลาคม 2548) |
| แก้ไขล่าสุด ใน วันศุกร์ที่ 03 เมษายน 2009 เวลา 16:09 น. |