สำนักงานบัญชี ชัวร์แทค แอคเคาน์ติ้ง
| 7จุด ดูดเงินคุณแม่ |
| เขียนโดย สำนักงานบัญชี |
| วันเสาร์ที่ 14 มิถุนายน 2008 เวลา 13:28 น. |
|
คุณแม่ที่รักทั้งหลายคงสงสัยว่าทั้งๆ ที่ไม่ได้ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยเลยสักนิดแล้วเหตุไฉนพอมีเบบี๋ตัวกระจ้อยเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคนเท่านั้นค่าใช้จ่ายกลับบานฟูพอๆ กับทรงผมในวันที่รบกับลูกจนหมดแรงคุณแม่ผู้อ่าน MM มาดูกันสิคะว่า มีปริศนาอะไรซ่อนอยู่ ภายใต้การใช้จ่ายในแต่ละวัน จุดไหนรั่วไหล หรือตรงไหนที่มองข้ามไปบ้าง 1. เสื้อผ้าของลูกเสื้อผ้าน่ารักๆ ล่อตาล่อใจ ทำให้คุณแม่ทุ่มสุดตัว ซื้อราวกับลูกจะตัวเล็กเท่านี้อยู่ตลอดไปอย่างนั้นแหละ ถึงจะบอกว่าไม่ได้ซื้อของแพง แต่ซื้อบ่อยๆ ก็หมดเงินไปเยอะเหมือนกัน หรือประเภทเห็นแล้วชอบมาก อยากซื้อเผื่อโตไว้หน่อยจะใส่ได้นานกว่า แต่อีกตั้งปีกว่าลูกจะโตพอใส่ได้ เพราะฉะนั้นอย่าใจอ่อนซื้อมาเลย ทำไมน่ะเหรอคะ ดองอยู่ก้นตู้นั่นไง กว่าจะนึกได้อีกทีลูกโตเกินเสื้อไปซะแล้ว 2. เสื้อผ้าของแม่คุณแม่เลี้ยงลูกอยู่บ้านอาจจะเถียงว่า อยู่แต่ในบ้านไม่เปลืองเสื้อผ้าหรอก ขอเถียง (กลับ) ว่าไม่จริงสำหรับบางคนนะคะเพราะว่าหลังคลอดน่ะ บางคนก็อ้วนแล้วอ้วนเลย เสื้อตัวหลวมกลายเป็นเสื้อตัวรัดรูปเน้นทุกส่วนเกิน อย่างนี้ก็ต้องซื้อใหม่ยกตู้กันล่ะ เพราะฉะนั้นหลังคลอดแล้วสัก 6 สัปดาห์ คุณแม่ควรจะเริ่มออกกำลังกายฟิตหุ่นให้กลับมาเฟิร์มได้แล้ว จะได้กลับไปใส่เสื้อตัวเดิมได้ด้วยความภูมิใจในรูปร่าง และสุขภาพยังแข้.แรงขึ้นด้วย 3. ของเล่นไม่ใช่คุณคนเดียวหรอกค่ะ พ่อแม่มือใหม่ทุกคนนั่นแหละที่ซื้อของเล่นให้ลูกมากเกินความจำเป็น ด้วยเหตุผลต่างๆ ตั้งแต่น่ารัก มีประโยชน์ เสริมพัฒนาการ ฯลฯ ซื้อชิ้นสองชิ้นก็ไม่ทำให้เงินในกระเป๋ารั่วไหลหรอก ถ้าไม่ใช่ในปริมาณมากมายเต็มบ้านเป็นร้านขายของเล่น และอีกเหตุผลหนึ่งที่ไม่เกี่ยวกับลูก แต่เกี่ยวกับพ่อแม่ คือพ่อแม่อยากซื้อให้ลูกเพราะเคยอยากได้มานาน ตอนสมัยเด็กๆ อ้าวซะงั้น เหตุผลแบบนี้มีจริงนะคะ ไม่ใช่เรื่องขำๆ 4. ของใช้จำเป็นไม่จำเป็นต้องซื้อของใช้ลูกในปริมาณมากๆ อีกไม่นานลูกก็โตแล้ว ของใช้บางอย่างก็ไม่จำเป็นอีกต่อไป หรือถ้าบ้านอยู่ใกล้แหล่งซื้อของ ก็ไม่มีความจำเป็นต้องตุนของกินของใช้เอาไว้มากๆ ให้เปลืองสตางค์ เก็บไว้นานๆ เก่ากันพอดี หรือถ้าจะซื้อของสิ้นเปลืองอย่างผ้าอ้อมสำเร็จรูป ไม่จำเป็นต้องใส่ตลอดเวลา พอลูกโตหน่อย ฝึกให้ฉี่เป็นเวลาหรือใส่เฉพาะตอนไปนอกบ้าน ก็จะช่วยให้สิ้นเปลืองน้อยลง 5. ขี้หลงขี้ลืมปิดน้ำปิดไฟเพราะความที่วุ่นวายหัวปั่นอยู่กับการเลี้ยงลูกนี่ล่ะ ทำให้แม่ทั้งเหนื่อยอ่อนเพลีย ง่วงนอนและขี้หลงขี้ลืมอีกต่างหาก ลืมเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่สำคัญ เข้าห้องโน้นแล้วออกมา ลืมปิดไฟ ปิดพัดลมหรือปิดแอร์ ไปทำกับข้าว ลืมเปิดทีวีทิ้งไว้ หรือบางครั้งก็เผลอเปิดน้ำทิ้งไว้ เพราะรีบวิ่งมาดูลูกว่าร้องไห้เพราะอะไร ทางที่ดีคุณแม่ควรจะท่องไว้เพื่อจะได้เตือนความจำได้ทันที และที่สำคัญจะได้ไม่ลืมเรื่องความปลอดภัยด้วย 6. อาหารการกินถ้าต้องการอาหารเสริมหรือบำรุงกำลังบ้างก็คงไม่ว่ากัน หากราคาพอซื้อหาได้ แต่ที่เงินทองไปเกินจำเป็น ก็เพราะมักจะมีใครต่อใครแนะนำอาหารเสริมพิเศษ บำรุงกำลัง แต่ราคานี่สิแพงจัดจับใจ ส่วนใหญ่ถ้าเห็นว่าเป็นของดีมากๆ ก็อดทุ่มทุนซื้อไม่ได้กระเป๋าฟีบ กินข้าวปลาอาหารธรรมดาให้ได้สารอาหารครบหมวดหมู่น่ะดีที่สุดแล้วล่ะค่ะ อ้อแล้วอีกอย่าง ถ้าสามารถทำกับข้าวกินเอง ก็เลือกอาหารที่มีคุณค่าได้ตามความต้องการค่ะ 7. ลูกป่วยบ่อยๆเด็กเล็กๆ มักเป็นไข้ เป็นหวัด หรือท้องเสียกันบ่อยๆ ต้องไปหาหมอเป็นประจำ ค่ารักษา ค่าเดินทางแต่ละครั้งรวมไปแล้วไม่ใช่ถูกๆ นะคะ ดูแลสุขภาพลูกให้แข็งแรงน่ะเป็นความตั้งใจของคุณแม่ทุกคนอยู่แล้ว เพียงแต่ลองสังเกตดูหน่อย เช่น ลูกเราเป็นหวัดบ่อยๆ เพราะสาเหตุอะไร อาจจะเพราะอาบน้ำค่ำไปหน่อย ก็ปรับเวลาหรือถึงช่วงอากาศเปลี่ยนแปลงเข้าสู่หน้าฝนหรือหน้าหนาว ควรดูแลให้ร่างกายลูกอบอุ่นเสมอ หรือจะซื้อประกันสุขภาพสำหรับลูกเอาไว้เลยก็จะคุ้มค่ากว่า (นารา อาทิตยรักษ์, นิตยสาร MODERNMOM, ปีที่ 13 ฉบับที่ 147 กุมภาพันธ์ 2550) |
| แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ 31 มกราคม 2011 เวลา 13:54 น. |