สำนักงานบัญชี ชัวร์แทค แอคเคาน์ติ้ง
| Over Consume |
| เขียนโดย สำนักงานบัญชี |
| วันเสาร์ที่ 07 มิถุนายน 2008 เวลา 22:26 น. |
"แค่มีบัตรใบเดียว อยากได้อะไรก็รูดปื๊ด...รูดปื๊ดดดด"…โรลสรอยด์ เบนซ์ บีเอ็มของพ่อจอดเรียงรายอยู่ในโรงรถ เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋าสารพัดแบบของแม่ เรียงรายเต็มตู้บิลด์อินครึ่งห้องบัตรเครดิตทุกธนาคารอัดแน่นอยู่ในกระเป่าสตางค์ เครื่องเล่นดีวีดี ชุดโฮมเธียเตอร์ iPod - MP 3 - MP 4 - โทรศัพท์มือถือ กล้องดิจิติอล ฯลฯ “ไม่ใช่เพราะพ่อแม่อยากให้สังคมยอมรับหรอกหรือถึงได้จำเป็นต้องบริโภควัตถุเหล่านี้” ผู้ช่วยศาสตราจารย์อู่ทอง ประศาสน์วินิจฉัย อดีตนักวิชาการด้านสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้ตั้งข้อสังเกตว่า สาเหตุที่แท้จริงของการบริโภคอย่างไม่เพียงพอหรือบริโภคเกินของคนในยุคนี้ เป็นเพราะต้องการ “การยอมรับ” จากสังคม “พ่อแม่บางคนไม่ได้ซื้อมอเตอร์ไซค์ให้ลูก แต่ลูกไม่ยอมกินข้าวถ้าไม่ได้มอเตอร์ไซค์ เพราะใครๆ เขามีกัน กระแสความอยากมีอยากได้เหล่านี้มันมีมาเป็นกระบวน แม้พ่อแม่จะไม่เห็นด้วยแต่ที่สุดแล้วก็ทนกระแสไม่ไหว แล้วอันที่จริงพ่อแม่ส่วนใหญ่มักจะเห็นดีเห็นงามไปตามกระแส… ซึ่งมีผลต่อการสร้างลักษณะนิสัยการบริโภคของลูก” “ตัวพ่อแม่เองตกเป็นเหยื่อกระแสสังคม กระแสสังคมนี้ใช้สื่อหรือไม่?… ดิฉันว่าสื่อเป็นเพียงตัวถ่ายทอด และความถี่ของการถ่ายทอดเป็นตัวกระตุ้นได้ เมื่อคนเห็นโฆษณาบ่อยๆ ก็ทำให้อยากจะมี” “คนที่โดนพิษเศรษฐกิจเมื่อช่วงปี 40 อาจจะเข็ด แต่คนรุ่นใหม่อาจยังไม่เข็ด เพราะยังไม่ผ่านความทุกข์ตรงนั้น ก่อนหน้านี้คนที่ได้รับผลสะเทือนมากๆ คือคนที่อยู่ในวงการเงิน แต่คนเป็นหนี้ตอนนี้เป็นประชาชนในชนบท.. คนจนลงส่วนหนึ่งไม่ใช่เพราะเอาเงินไปซื้อวัตถุหรอกหรือ มอเตอร์ไซค์มีกันเพียบเลย ทีวีมีทุกบ้านหลายบ้านมีมากกว่า 1 เครื่อง วัสดุอุปกรณ์ในชีวิตเพิ่มขึ้น เหตุนี้คนจึงเป็นหนี้เพิ่มขึ้น “คนที่มีหนี้สินก็ต้องทำงานหนักขึ้น คนทำงานหนักขึ้นก็มีวิธีคิดสองแบบ ทำงานหนักขนาดนี้ต้องบริโภคให้คุ้ม เหนื่อยขนาดนี้ต้องใช้เงินเยอะ คนบริโภคเยอะต้องทำงานมาใช้หนี้… เป็นวัฏจักร ที่บอกว่าทำงานเพื่อลูกที่รักมาก แต่ไม่มีเวลาให้ลูกที่คุณรักโดยเฉพาะในเวลาที่เขาต้องการพ่อแม่ที่สุด เงินอาจไม่มีความหมาย เพราะกว่าจะมีเวลาให้เขาก็อาจจะสายเกินไปก็ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาของวัยรุ่น ความเกเรของลูก บางทีอาจเป็นการเรียกร้องความสนใจจากพ่อแม่ ถ้าพ่อแม่มีเวลาให้ เขาสบายใจที่จะอยู่กับพ่อแม่ อาจจะไม่เกเรก็ได้ ฉะนั้นพ่อแม่ที่ทำงานเพื่อความสุขสบายของลูกอยากให้คิดสักนิด อย่างน้อยถามลูกสักหน่อยว่าเขาอยากได้สิ่งนั้นจริงหรือเปล่า และถ้าเขาอยากได้ ก็อาจจะบอกว่า ถ้าหนูอยากได้ เวลาที่จะใกล้ชิดกันจะหายไป” "ในปลายปีนี้จะมีวิธีการโฆษณาผ่านระบบโทรศัพท์มือถือ ช่องทางโฆษณาจากทีวีจะไหลเข้ามาสู่มือถือมากขึ้น การรับรู้ข้อมูลกเป็นปัจเจกมากขึ้น และเป็นสินค้าที่กระทบต่อกลุ่มวัยรุ่นมาก" นันทขว้าง สิรสุนทร นักวิจารณ์และคอลัมนิสต์หนังสือพิมพ์กรุงเทพฯธุรกิจ เล่าถึงวิธีการเข้าถึงบริโภคของสินค้าต่างๆ ที่พยายามหาช่องทางใหม่ๆ ในการโฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้าให้ถึงตัวกลุ่มเป้าหมายแบบตัวต่อตัวมากขึ้น และกลุ่มเป้าหมายสำคัญในยุคนี้ คือวัยรุ่น แล้วเทรนด์ใหม่ของสินค้าปัจจุบันก็พยายามดึงดูดวัยรุ่น เช่น โทรศัพท์มือถือเมื่อก่อนเรามีไว้เพื่อสื่อสารพูดคุย แต่เดี๋ยวนี้มันมีแฟชั่นเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น ฟังเพลงได้ ถ่ายรูปได้ ส่งไฟล์ เก็บไฟล์ภาพ คลิปวิดีโอโป๊ ขณะเดียวกันเครื่องเล่น iPod สำหรับฟังเพลงก็ยังสามารถเก็บคลิปวิดีโป๊ได้มากกว่าโทรศัพท์มือถือซะอีก… ทำให้เด็กวัยรุ่นล้วนเริ่มซื้อมาใช้ไว้เก็บสะสมสิ่งเหล่านี้” กระแสสังคมที่กระตุ้นให้คนใช้เงิน เข้าถึงแหล่งเงินง่าย ทำบัตรเครดิตกันได้ง่ายๆ ยังระบาดมาถึงเยาวชน เปิดโอกาสให้วัยรุ่นสามารถมีบัตรเครดิตให้จับจ่ายสบายมือ โดยไม่รู้ตัวว่าเป็นการสร้างหนี้ตั้งแต่ยังไม่มีรายได้ อาจจะมีคำถามว่า แล้วกำลังน้อยนิดของพ่อแม่ในทุกวันนี้ที่แบกภาระหลายอย่างอยู่บนบ่า จะประคับประคองลูกพาครอบครัวฝ่ากระแสสังคมและกระแสสื่อโฆษณาอย่างไร อาจารย์อู่ทองให้ความคิดเห็นว่า น่าจะทำได้… (สุพีพร ระกิติ, นิตยสาร teen&family ปีที่ 11 เลขที่ 121 เมษายน 2548) |
| แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ 31 มกราคม 2011 เวลา 14:07 น. |