suretax

บริษัท ชัวร์แทค จำกัด

DooHealthy

Krugman กับวิกฤติการณ์การเงิน
Written by สำนักงานบัญชี   
Thursday, 25 November 2010 22:46

ข้อดีข้อหนึ่งของวิกฤติการณ์การเงินคือ การทำให้คนไทยได้รู้จักและจดจำชื่อคนได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น คุณชวลิต, คุณเริงชัย, คุณชัยวัฒน์, คุณมหาเธร์, คุณโซรอส, คุณไอเอ็มเอฟ ฯลฯ นอกเหนือจากชื่อดังกล่าว นักเรียนเศรษฐศาสตร์เช่นผมรู้จักชื่อ Paul Krugman, Krugman เกิดในปี 1953 สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัย Yale ในปี 1974 และปริญญาเอกเศรษฐศาสตร์จาก MIT ในปี 1977 หลังเรียนจบ Krugman ใช้ชีวิตเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยชั้นนำของสหรัฐอเมริกาเรื่อยมาโดยเริ่มต้นจาก Yale (ระหว่างปี 1977-1980), MIT (1980-1994), Stanford (1994-1996), และ Princeton (2000-ปัจจุบัน)

ชื่อ Krugman เป็นที่จับตาของวงการเศรษฐศาสตร์เมื่อได้รับรางวัล John Bates Clark Medal ในปี 1991 ศาสตราจารย์รุ่นพี่คือ Avinash Dixit ถึงกับเขียนบทความชื่นชม Krugman ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Economic Perspectives (vol. 7, no. 2, 1993, หน้า 173-188) พร้อมตั้งคำถามว่า เหตุใด Krugman จึงประสบความสำเร็จจากทั้งงานเขียนเชิงทฤษฎีที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการอ่านยากและงานเขียนเชิงนโยบายในนิตยสารที่ต้องการสื่อสารกับสาธารณะชนวงกว้าง

นักอ่านที่ติดตามงานเขียนเชิงวิชาการของ Krugman จะพบว่า Krugman ผลิตงานเขียนในหัวข้อหลากหลายเช่น Geography economic, Trade theory, Competitiveness, และ Exchange rate choices แต่หากผู้อ่านสนใจที่มาที่ไปของวิกฤติการณ์การเงิน ควรอ่านงานเขียนของ Krugman อย่างน้อย 2 ชิ้น คือ (1) A Model of Balance of Payment Crisis ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Money, Credit and Banking ในปี 1979 และ (2) The Myth of Asia’s Miracle ตีพิมพ์ในนิตยสาร Foreign Affairs ในปี 1994

งานเขียนทั้งสองชิ้นมีสาระสำคัญเช่นไร (เอาไว้คุยอวดคนข้างๆ ในที่สัมมนาวันที่ 17-18 พ.ค.)

งานเขียนชิ้นแรกคือ Krugman (1979) เป็นแบบจำลองเชิงทฤษฎีที่อธิบายว่า วิกฤติการณ์การเงินมักมีจุดเริ่มต้นจากการเก็งกำไรเพื่อโจมตีค่าเงิน (Speculative attack) ซึ่งพฤติกรรมการโจมตีค่าเงินของนักลงทุนเกิดจากการที่ระบบเศรษฐกิจมีโครงสร้างพื้นฐานที่อ่อนแอ ความอ่อนแอดังกล่าวมีสาเหตุจากการเลือกใช้นโยบายเศรษฐกิจมหภาคแบบขยายตัวมากเกินไป ทำให้เกิดการขาดดุลการชำระเงิน ปัญหาการชำระคืนหนี้ต่างประเทศ และนำไปสู่การโจมตีค่าเงินในที่สุด เมื่อทดสอบคำพยากรณ์ของแบบจำลองกับหลักฐานเชิงประจักษ์พบว่า แบบจำลองสามารถอธิบายปรากฏการณ์วิกฤติหนี้ต่างประเทศในกรณีละตินอเมริกา 1995 ได้ดี

สาระสำคัญของงานเขียนนี้คือ การอธิบายเงื่อนไขและช่วงเวลาของการโจมตีค่าเงิน กล่าวคือ ถ้าสมมติให้ประเทศหนึ่งมีโครงสร้างพื้นฐานอ่อนแอ ขาดดุลการชำระเงินและสูญเสียเงินสำรองระหว่างประเทศจำนวน 10 ล้านบาททุกปีขณะที่มีเงินสำรองระหว่างประเทศทั้งหมด 50 ล้านบาท ข้อมูลดังกล่าวทำให้เราคาดได้ว่า เงินสำรองระหว่างประเทศจะหมดในเวลา 5 ปี และค่าเงินจะเปลี่ยนในปีที่ 5 แต่ Krugman ชี้ให้เห็นว่า การโจมตีค่าเงินจะเกิดขึ้นก่อนครบ 5 ปี

ประเด็นคือ การโจมตีค่าเงินเริ่มเมื่อใด ซึ่งคำตอบคือ เมื่อเงินสำรองระหว่างประเทศลดลงมากพอดี (at threshold value) ในระดับที่นักเก็งกำไรจะโจมตีค่าเงินแล้วทำให้ได้กำไรจนกระทั่งเงินสำรองระหว่างประเทศหมดไป และในที่สุดธนาคารกลางต้องลดค่าเงินตามที่นักเก็งกำไรคาดไว้ล่วงหน้า

ส่วนงานชิ้นที่สองคือ Krugman (1994) เป็นงานเขียนเชิงนโยบายที่อธิบายสาเหตุของอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของทวีปเอเชียในช่วงปี 1980-1990 ในลักษณะตรงข้ามกับคำอธิบายกระแสหลักของธนาคารโลก

บทวิเคราะห์ของ Krugman ชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่าง การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจจากการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต (Intensive Growth) และ การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจจากการเพิ่มปัจจัยการผลิต (Extensive Growth) โดย Krugman เห็นว่า อัตราการเจริญเติบโตที่สูงของกลุ่มประเทศเอเชียไม่ใช่ “ความมหัศจรรย์” (Miracle) อย่างที่ธนาคารโลกอธิบาย แต่การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของเอเชียเกิดจากระดับการออมที่สูงกว่าภูมิภาคอื่น การเพิ่มปัจจัยการผลิตคือ แรงงาน และทุน โดยมีสาเหตุสนับสนุนเช่น การย้ายฐานการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมมายังภูมิภาคเอเชีย นอกจากนี้ Krugman เห็นว่า การเพิ่มแรงงานและทุนโดยปราศจากการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต (Productivity) จะทำให้การเจริญเติบโตของกลุ่มประเทศเอเชียชะลอตัวในอนาคต ความเห็นในส่วนท้ายมีผลให้ Krugman ได้รับการอ้างถึงเมื่อ วิกฤติการณ์การเงินเอเชียเริ่มต้นที่ประเทศไทยในกลางปี 1997

ปัจจุบันนอกจาก Krugman จะสอนหนังสือและทำวิจัยที่ Princeton ยังเป็นคอลัมนิสต์ให้กับนิตยสาร New York Time โดยเขียนบทความวิพากษ์วิจารณ์นโยบายเศรษฐกิจของประธานาธิบดี บุช จูเนียร์ อย่างสม่ำเสมอ หากนับจากจำนวนคนอ่าน (ไม่ว่าจะชอบหรือไม่) งานเขียนของ Krugman ประสบความต้องสำเร็จอย่างไม่ต้องสงสัย ซึ่งนับว่าหาได้ยากที่ปัจจุบันเราจะพบนักเศรษฐศาสตร์ที่ทั้งผลิตงานเขียนวิชาการและสามารถสื่อสารกับสาธารณะชนในวงกว้างดังเช่น Krugman

Krugman เองเคยกล่าวในงานเขียนชื่อ “How I work” ว่า เขามีกฎง่ายๆ ในการทำงานวิจัย 4 ข้อคือ (1) หัดฟังคนอื่นที่ไม่ใช่คนยิว (Krugman เป็นยิว กฎข้อนี้แนะนำให้นักเศรษฐศาสตร์ลองตั้งใจฟังคนอื่นที่ไม่ใช่นักเศรษฐศาสตร์บ้าง) (2) ตั้งคำถามกับคำถามที่ตั้ง (3) กล้าที่จะทำตัวน่าหัวเราะ และ (4) เขียนงานให้อ่านง่ายๆ

โดยส่วนตัว ผมชอบคำแนะนำข้อ (1) มากที่สุด เพราะเราน่าจะลองตั้งใจฟังคนอื่นที่ไม่เคยตั้งใจฟังบ้าง ไม่ว่าเขาเหล่านั้นจะเป็น ฝ่ายค้าน พวกนักวิชาการขาประจำ พวกโจรกระจอก คนไร้บ้าน คนคุก โสเภณี คนรักร่วมเพศ คนยากจน ฯลฯ ผู้คนเหล่านี้มีตัวตนอยู่จริง และเดินปะปนกับท่านอยู่ทุกวัน

หมายเหตุ : ผู้สนใจงานเขียนของ Krugman สามารถติดตามจาก Web site : www.pkarchive.org ผู้อ่านที่ไม่ชอบหน้า Krugman โปรดดูงานของนักเขียนต่อไปนี้ Alan Reynolds, Keith Rankin, Lyndon LaRouche

*ด้วยความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เพื่อนำสู่การสัมมนา “Warning System; Positioning of Thailand & Southeast Asia” by Paul Krugman วันที่ 17-18 พฤษภาคม 2548

Last Updated on Wednesday, 17 April 2013 23:40
 

Cleaner.in.th

คุณกำลังมองหาบริษัททำความสะอาดอยู่หรือไม่ เพราะเราคือผู้เชี่ยวชาญทางด้านการทำความสะอาดประสบการณ์สูง และใช้อุปกรณ์ที่มีคุณภาพสูง More...

Exterminator.in.th

บริษัทผู้ให้บริการกำจัดแมลง สัตว์รบกวนทุกชนิด ด้วยเคมีภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพอย่างยิ่ง ภายใต้สโลแกน "ปลอดภัย มั่นใจ และการบริการที่ยอดเยี่ยม" More...

OFAglobal.com

ศูนย์อบรมพัฒนาชีวิตด้วยการสร้างแรงจูงใจ ให้คุณประสบความสำเร็จด้วยการวางเป้าหมาย และมีความเชื่อ ศรัทธาในสิ่งที่ตนเองกำลังตั้งใจทำอยู่ More...