สำนักงานบัญชี

สำนักงานบัญชี ชัวร์แทค แอคเคาน์ติ้ง

Suretax-Accounting.com

การบัญชี ช่วยทราบผลกำไรหรือขาดทุน สินทรัพย์ หนี้สิน และทุน มีการดำเนินการไปในลักณะรูปแบบใด บุคคลภายนอกสามารถใช้ข้อมูลทางบัญชีในการวางแผนและตัดสินใจ เช่น เจ้าหนี้จะตัดสินใจให้ธุรกิจกู้ยืมหรือไม่จะพิจารณาฐานการเงินและผลการดำเนินงานของกิจการจากข้อมูลทางบัญชี ผู้ลงทุนจะตัดสินใจลงทุนในกิจการใดย่อมต้องดูผลการดำเนินงานของกิจการก่อนว่าให้ผลตอบแทนเท่าใด ความสามารถในการทำกำไรในอนาคตเป็นอย่างไร ภาครัฐบาลจะใช้ข้อมูลทางการเงินวางแผนการดำเนินงานต่างๆ เช่น การเก็บภาษี เป็นต้น นั่นคือบุคคลเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องรู้จักกับธุรกิจเป็นการส่วนตัว แต่สามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลทางบัญชีได้ การบัญชีนอกจากอำนวยประโยชน์แก่ธุรกิจแล้ว ทั้งนี้ทั้งนั้นยังเป็นประโยชน์กับกิจการที่มิได้มีวัตถุประสงค์ใสการแสวงหากำไรอีก เช่น มูลนิธิ สมาคม โรงเรียน ฯลฯ
เส้นทางสู่ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต

Tags: การตรวจสอบบัญชี | ผู้ตรวจสอบบัญชี | รับตรวจสอบบัญชี

Written by สำนักงานบัญชี   
Thursday, 29 May 2008 14:37
ขอบเขตเนื้อหาการสอบเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
สำหรับการทดสอบครั้งที่ 7  (1/2550)  และการทดสอบครั้งที่ 8 (2/2550)
  • วิชาการบัญชี  ให้ทดสอบความรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติการบัญชี  พ.ศ. 2543  ในส่วนของการจัดทำบัญชีและงบการเงิน  ตลอดจนการเปิดเผยข้อมูลให้เป็นไปตามแม่บทการบัญชี  มาตรฐานการบัญชีของสมาคมนักบัญชีและผู้สอบบัญชีรับอนุญาตแห่งประเทศไทยและการตีความมาตรฐานการบัญชี  ซึ่ง ก.บช. มีมติให้ประกาศใช้แล้ว รวมถึงความรู้เกี่ยวกับการบริหารต้นทุนซึ่งเป็นพื้นฐานสำหรับผู้สอบบัญชีในการประกอบวิชาชีพ
  • วิชาการสอบบัญชี 1  ให้ทดสอบความรู้เกี่ยวกับแนวคิดทั่วไปและแม่บทของมาตรฐานการสอบบัญชี  ข้อตกลงในการรับงาน  การทุจริตและข้อผิดพลาด  การวางแผนงานสอบบัญชี  ความเสี่ยงในการสอบบัญชีและความมีสาระสำคัญ  การควบคุมภายในและความเสี่ยงจากการควบคุม  กระดาษทำการของผู้สอบบัญชี  การเลือกตัวอย่างในงานสอบบัญชี  หลักฐานการสอบบัญชี  รวมทั้งวิธีการรวบรวมหลักฐานการสอบบัญชีและวิธีการตรวจสอบในสาระสำคัญของรายการต่างๆ
  • วิชาการสอบบัญชี 2  ให้ทดสอบความรู้เกี่ยวกับมรรยาทของผู้สอบบัญชีรับอนุญาต  การควบคุมคุณภาพงานสอบบัญชี  การใช้บริการหรือผลงานของบุคคลอื่น การเขียนรายงานการสอบบัญชีในกรณีต่างๆ ตามมาตรฐานการสอบบัญชีที่เกี่ยวข้อง  รวมทั้งการเขียนรายงานต่องบการเงินเปรียบเทียบ  การบริการเกี่ยวเนื่องของผู้สอบบัญชีและการรายงาน  การบริการอื่นของสำนักงานสอบบัญชี
  • วิชากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบวิชาชีพสอบบัญชี  ให้ทดสอบความรู้เกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบวิชาชีพภายใต้ขอบเขตของกฎหมาย  ได้แก่ พระราชบัญญัติการบัญชี  พ.ศ. 2543  พระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี  พ.ศ. 2547 (ซึ่งยกเลิกพระราชบัญญัติผู้สอบบัญชี พ.ศ. 2505)  ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ว่าด้วยหุ้นส่วนบริษัท)  พระราชบัญญัติ บริษัทมหาชนจำกัด  พ.ศ. 2535  พระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด (ฉบับที่ 2)  พ.ศ. 2544  ประมวลรัษฎากร และพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์  พ.ศ. 2535  เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเปิดเผยข้อมูล  การจัดทำบัญชีและการปฏิบัติงานของผู้สอบบัญชี
  • วิชาการสอบบัญชีที่ประมวลผลโดยคอมพิวเตอร์  ให้ทดสอบความรู้เกี่ยวกับความรู้ทั่วไปในระบบสารสนเทศ  การตรวจสอบในสภาพแวดล้อมของระบบสารสนเทศที่ใช้คอมพิวเตอร์  การประเมินความเสี่ยง และการประเมินประสิทธิผลของการควบคุมในระบบสารสนเทศ  เทคนิคการตรวจสอบโดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในการสอบบัญชี
  • สำหรับการทดสอบครั้งที่ 9  (3/2550)

    1. วิชาการบัญชี 1  ให้ทดสอบความรู้เกี่ยวกับการจัดทำบัญชีและงบการเงิน  ที่เกี่ยวกับแม่บทการบัญชี  สินทรัพย์หมุนเวียน  เงินลงทุน  ที่ดิน  อาคารและอุปกรณ์  สินทรัพย์ไม่มีตัวตน  การด้อยค่าของสินทรัพย์  ประมาณการหนี้สิน  หนี้สินที่อาจเกิดขึ้นและสินทรัพย์ที่อาจเกิดขึ้น  การปรับโครงสร้างหนี้ที่มีปัญหา  ตลอดจนการเปิดเผยข้อมูลให้เป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีและการตีความมาตรฐานการบัญชีของสภาวิชาชีพบัญชีที่ประกาศใช้ในปัจจุบัน
    2. วิชาการบัญชี 2  ให้ทดสอบความรู้เกี่ยวกับการจัดทำบัญชีและงบการเงิน ที่เกี่ยวกับรายได้ของธุรกิจประเภทต่างๆ  การนำเสนองบการเงิน  งบการเงินระหว่างกาล  การเปิดเผยข้อมูลในงบการเงินตลอดจนเรื่องอื่นๆ ให้เป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีและการตีความมาตรฐานการบัญชีของสภาวิชาชีพบัญชีที่ประกาศใช้ในปัจจุบัน รวมถึงความรู้เกี่ยวกับการบัญชีต้นทุนที่เกี่ยวกับต้นทุนและวัตถุประสงค์ของการบันทึกบัญชีต้นทุน  การคำนวณต้นทุนและการบันทึกบัญชี  การปันส่วนค่าใช้จ่ายในการผลิต  การปันส่วนต้นทุนร่วมและการบัญชีสำหรับผลิตภัณฑ์ร่วมและผลิตภัณฑ์พลอยได้
    3. วิชาการสอบบัญชี 1  ให้ทดสอบความรู้เกี่ยวกับแนวคิดทั่วไปและแม่บทของมาตรฐานการสอบบัญชี  การทุจริตและข้อผิดพลาด  การควบคุมภายในและความเสี่ยงจากการควบคุม  กระดาษทำการของผู้สอบบัญชี การเลือกตัวอย่างในงานสอบบัญชี  หลักฐานการสอบบัญชี  วิธีการรวบรวมหลักฐานการสอบบัญชีและวิธีการตรวจสอบในสาระสำคัญของรายการต่างๆ ในงบการเงิน  การตรวจสอบรายได้  การตรวจสอบต้นทุนและค่าใช้จ่าย  การตรวจสอบเงินสด  เงินฝากธนาคาร  ลูกหนี้  และสินค้าคงเหลือ  รวมถึงการตรวจสอบเงินลงทุน  สินทรัพย์ถาวร  เจ้าหนี้การค้า  หนี้สินอื่น  ส่วนของผู้ถือหุ้นและกำไรสะสม
    4. วิชาการสอบบัญชี 2  ให้ทดสอบความรู้เกี่ยวกับมรรยาท (จรรยาบรรณ) ของผู้สอบบัญชีรับอนุญาต  ข้อตกลงในการรับงานสอบบัญชี  การวางแผนงานสอบบัญชี  ความเสี่ยงในการสอบบัญชีและความมีสาระสำคัญ  การควบคุมคุณภาพงานสอบบัญชี  การใช้บริการหรือผลงานของบุคคลอื่น  การเขียนรายงานการสอบบัญชี  การเขียนรายงานต่องบการเงินเปรียบเทียบ  การตรวจสอบและการเขียนรายงานสำหรับการให้บริการเกี่ยวเนื่อง
    5. วิชากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบวิชาชีพสอบบัญชี  ให้ทดสอบความรู้เกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบวิชาชีพภายใต้ขอบเขตของกฎหมาย  ได้แก่ กฎหมายว่าด้วยการบัญชี  กฎหมายว่าด้วยวิชาชีพบัญชี   ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ว่าด้วยหุ้นส่วนบริษัท) กฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัด  ประมวลรัษฎากร  และกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเปิดเผยข้อมูลและการออกหลักทรัพย์  การเสนอขายหลักทรัพย์  การซื้อขายหลักทรัพย์  และการดำเนินธุรกิจหลักทรัพย์
    6. วิชาการสอบบัญชีที่ประมวลผลโดยคอมพิวเตอร์   ให้ทดสอบความรู้เกี่ยวกับความรู้ทั่วไปในระบบสารสนเทศ  การตรวจสอบในสภาพแวดล้อมของระบบสารสนเทศที่ใช้คอมพิวเตอร์ ประมวลผลข้อมูล  การประเมินความเสี่ยง  และการประเมินประสิทธิผลของการควบคุมในระบบสารสนเทศ  เทคนิคการตรวจสอบโดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในการสอบบัญชี

     No.

     รายการ

     ขั้นตอนการปฏิบัติ

     เอกสารที่ใช้ประกอบคำขอ

     

    1.

    แจ้งการฝึกหัดงานสอบบัญชีแจ้งต่อสภาวิชาชีพบัญชี ก่อนเริ่ม ฝึกหัดงาน โดยใช้ แบบ ผส.11. สำเนาปริญญาบัตรหรือประกาศนียบัตร พร้อมต้นฉบับแสดงต่อเจ้าหน้าที่
    2. สำเนาพร้อมต้นฉบับใบรับรอง ผลการศึกษา ตลอดหลักสูตร (Transcript)
    กรณีฝึกหัดงาน ระหว่างการศึกษา ให้ใช้ให้หนังสือรับรองของสถาบัน   การศึกษา ที่แสดงว่าได้สอบผ่านวิชาการบัญชี ตามที่สภาวิชาชีพบัญชี กำหนดไม่น้อยกว่า 4 รายวิชา และวิชาสอบบัญชี ไม่น้อยกว่า 1 รายวิชา ซึ่งรวมทุกวิชาแล้วไม่น้อยกว่า 15 หน่วยกิต
    3. สำเนาบัตรประชาชน หรือ สำเนาหนังสืออื่นใดของทางราชการซึ่งใช้ในการแสดงตนได้
    4. สำเนาทะเบียนบ้าน

     2.

    รายงานการฝึกหัดงานรายงาน ปีละหนึ่งครั้ง นับแต่วัน แจ้งการฝึกหัดงานโดยใช้ แบบ ผส.2เลขที่ คำขอแจ้งการฝึกหัดงาน
    หนังสือยืนยัน จากนิติบุคคลตามที่ได้ รายงานไว้ ในแบบรายงาน การฝึกหัดงาน สอบบัญชี ในแต่ละปีเพื่อยืนยันว่า ได้เข้าตรวจสอบบัญชี ของนิติบุคคล รอบปีบัญชีใด เป็นระยะเวลาเท่าใด

     3.

    เมื่อสิ้นสุดการฝึกหัดงาน ได้ฝึกหัดงาน เป็นเวลาต่อเนื่องกันไม่น้อยกว่า สามปีบริบูรณ์ และมีเวลาฝึกหัดงาน ไม่น้อยกว่า สามพันชั่วโมง โดยใช้ แบบ ผส.3เลขที่คำขอ แจ้งการฝึกหัดงาน
    หนังสือยืนยัน จากนิติบุคคลตามที่ได้ รายงานไว้ ในแบบรายงาน การฝึกหัดงาน สอบบัญชีในแต่ละปี เพื่อยืนยันว่า ได้เข้าตรวจสอบบัญชี ของนิติบุคคล รอบปีบัญชีใด เป็นระยะเวลาเท่าใด (ในกรณีไม่ได้ยื่นในขั้นตอนการรายงานการฝึกหัดงาน)

     4.

    เปลี่ยนผู้ให้การฝึกหัดงานแจ้งต่อสภาวิชาชีพบัญชี ภายใน 1 เดือนนับแต่วัน เปลี่ยนผู้ให้การ ฝึกหัดงาน โดยใช้ แบบ ผส.2 และ ผส.3 สำหรับผู้ให้การฝึกหัดงานคนเดิม และใช้ แบบ ผส.4 สำหรับผู้ให้การฝึกหัดงานคนใหม่เลขที่ คำขอแจ้งการฝึกหัดงาน
    หนังสือยืนยัน จากนิติบุคคลตามที่ได้ รายงานไว้ ในแบบรายงาน การฝึกหัดงาน สอบบัญชี ของผู้ให้การฝึกหัดงานคนเดิมเพื่อยืนยันว่า ได้เข้าตรวจสอบบัญชี ของนิติบุคคล รอบปีบัญชีใด เป็นระยะเวลาเท่าใด

     5.

    ต้องผ่านการทดสอบความรู้เป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตวิชาที่ทดสอบ แบ่งเป็นหกวิชา คือ  วิชาการบัญชี ๑  วิชาการบัญชี ๒  วิชาการสอบบัญชี ๑  วิชา การสอบบัญชี ๒  วิชากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบวิชาชีพสอบบัญชี  และวิชาการสอบบัญชีที่ประมวลผลโดยคอมพิวเตอร์  ทั้งนี้ ขอบเขต รายละเอียดเนื้อหาและเค้าโครงของวิชาที่ต้องทดสอบให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการกำหนดผู้เข้ารับการทดสอบจะต้องสอบผ่านทุกวิชา  และได้คะแนนในแต่ละวิชาไม่ต่ำกว่าร้อยละหกสิบจึงจะถือว่าผ่านการทดสอบ  โดยผู้เข้ารับการทดสอบสามารถสะสมผลการทดสอบของแต่ละวิชาที่สอบผ่านได้ไม่เกินสามปี  นับแต่วันที่ผ่านการทดสอบแต่ละวิชา

    6. 

    ขั้นตอนการขึ้นทะเบียน1. เมื่อได้รับหนังสือแจ้งสอบผ่าน 5 รายวิชาจากสภาวิชาชีพบัญชี ให้ยื่นคำขอ ขึ้นทะเบียนเป็น ผู้สอบบัญชีฯ โดยใช้ แบบ ก.บช.1 (ใช้แทนเบบฟอร์มของสภาฯ ชั่วคราว)
    2. สภาวิชาชีพบัญชี พิจารณารับขึ้นทะเบียน
    3. สภาวิชาชีพบัญชีมีหนังสือแจ้งให้ชำระค่าธรรมเนียม 1,000 บาท และในกรณีที่ผู้สอบบัญชีประสงค์ที่จะให้จัดส่งใบอนุญาตทางไปรษณีย์จะเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มอีก 30 บาท
    4. สภาวิชาชีพบัญชี ส่งหนังสือแจ้งให้มารับใบอนุญาต (กรณีแสดงความจำนง ที่จะมารับด้วยตนเอง)
    5. สภาวิชาชีพบัญชีจัดส่งใบอนุญาตทางไปรษณีย์ (กรณีแสดงความจำนงแจ้งจัดส่งใบอนุญาต)
    1. รูปถ่าย ขนาด 2 นิ้ว (ถ่ายมาแล้วไม่เกิน 6 เดือน) จำนวน 3 รูป
    2. หนังสือรับรองความประพฤติจากสถานที่ทำงานปัจจุบัน
    3. บัตรประจำตัวสอบ
    4. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
    5. สำเนา

    (http://www.geocities.com/beyondaccounting)

    Last Updated on Monday, 01 December 2008 09:40