สำนักงานบัญชี

สำนักงานบัญชี ชัวร์แทค แอคเคาน์ติ้ง

Suretax-Accounting.com

การบัญชีเกิดขึ้นในอดีตกาลมาช้านาน แต่ไม่มีรูปแบบของการบัญชี ที่กำหนดได้ชัดเจน จนกระทั่ง พ.ศ. 2037 ปาซิโอลี่ (Pacioli) ได้เขียนหนังสือ "Summa" ภายในอธิบายหลักการบันทึกบัญชีคู่มากระทั่งปัจจุบัน โดยการบัญชีมีความหมายถึง การบันทึกรายการสรุปผล และเหตุการณ์เกี่ยวกับการเงิน แสดงเป็นหน่วยเงินตรา รวมถึงการแปลความหมายของผลดังกล่าวคือ วิเคราะห์ข้อมูลในการบันทึกบัญชี, บันทึกบัญชี, แยกประเภท เพื่อสดวกต่อการค้นหา, การสรุปผลข้อมูลที่บันทึก จัดหมวดหมู่ออกมาในรูปงบการเงิน, ทราบผลสรุปงบการเงิน ดังนั้น จึงทำให้เอื้ออำนวยประโยชน์ต่อกิจการค้า บุคคลภายใน เจ้าหน้าที่ทราบผลสรุป วิเคราะห์ วางแผน ตัดสินใจ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
คำแนะนำเป็นสำนักงานบัญชีตัวแทนสรรพากร

Tags: กรมสรรพากร | ผู้ทำบัญชี | สำนักบัญชี

Written by สำนักงานบัญชี   
Friday, 31 October 2008 11:17

การดำเนินการก่อนยื่นคำขอเป็นสำนักงานบัญชีตัวแทน

  1. ศึกษารายละเอียดจาก
    1. ประกาศกรมสรรพากร เรื่อง กำหนดคุณสมบัติ การขออนุญาต การออกใบอนุญาต การต่ออายุใบอนุญาตและการขอออกใบแทนใบอนุญาตเป็นสำนักงานบัญชีตัวแทนฯ ลงวันที่ 22 เมษายน พ.ศ.2546
    2. ประกาศกรมสรรพากร เรื่อง กำหนดคุณสมบัติ การขออนุญาต การออกใบอนุญาต การต่ออายุใบอนุญาตและการขอออกใบแทนใบอนุญาตเป็นสำนักงานบัญชีตัวแทนฯ ลงวันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ.2547
    3. ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เรื่อง กำหนดหลักสูตรการอบรมทางด้านกฎหมายภาษีอากรตามประกาศกรมสรรพากร เรื่องกำหนดคุณสมบัติ การขออนุญาต การออกใบอนุญาต การต่ออายุใบอนุญาต และการขอออกใบแทนใบอนุญาตเป็นสำนักงานบัญชีตัวแทนฯ ลงวันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ.2547โดยเข้าไปดูที่เมนู “สำนักงานบัญชีตัวแทน>ข่าวสาร”ที่เว็บไซต์กรมสรรพากร
  1. หากมีคุณสมบัติครบถ้วนตามประกาศกรมสรรพากรดังกล่าว และประสงค์จะยื่นคำขอเป็นสำนักงานบัญชีตัวแทนให้ดำเนินการดังนี้
    1. Download แบบ ต.ท.03 สัญญาการตั้งตัวแทนและข้อตกลงในการแต่งตั้งสำนักงานบัญชีตัวแทนยื่นแบบแสดง รายการภาษีและชำระภาษีผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (Web Site) ของกรมสรรพากร www.rd.go.th ได้ที่เมนู “สำนักงานบัญชีตัวแทน>Download แบบฟอร์ม”
    2. จัดทำสัญญาตั้งตัวแทนฯ ตามแบบ ต.ท.03 ดังกล่าวเป็นรายลูกค้า รายละ 3 ฉบับ โดยกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน และลงนามโดยผู้มีอำนาจให้ครบทุกฉบับ ระหว่างสำนักงานบัญชี กับลูกค้า ซึ่งตกลงแต่งตั้งและมอบอำนาจสำนักงานบัญชีเป็นตัวแทนยื่นแบบแสดงรายการและ ชำระภาษีผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (Web Site) ของกรมสรรพากร www.rd.go.th ต้นฉบับสัญญาปิดอากรแสตมป์ 30 บาท สำเนาคู่ฉบับที่เหลือปิดอากรแสตมป์ 5 บาท ทั้งนี้ ขอให้ตรวจข้อมูลชื่อ ที่อยู่ของสำนักงานบัญชีและลูกค้า ว่าตรงกับข้อมูลที่ได้แจ้งไว้กับกรมสรรพากรเมื่อมีการยื่นขอเลขประจำตัวผู้ เสียภาษีอากรและหรือขอเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่
    3. เจ้าของสำนักงานบัญชี หัวหน้าสำนักงาน กรรมการหรือหุ้นส่วนผู้จัดการซึ่งรับผิดชอบ ในการให้บริการรับทำบัญชี แล้วแต่กรณี ต้องผ่านการอบรมทางด้านกฎหมายภาษีอากรตามหลักสูตรที่อธิบดีกำหนด ซึ่งตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เรื่อง กำหนดหลักสูตรการอบรมทางด้านกฎหมายภาษีอากรฯ ลงวันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ.2547 กำหนดให้ใช้หลักสูตรการอบรมทางด้านกฎหมายภาษีอากรแก่ผู้สอบบัญชีภาษีอากร ซึ่งจัดโดยองค์กรวิชาชีพฯ ที่อธิบดีกรมสรรพากรให้ความเห็นชอบ ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการเป็นองค์กรวิชาชีพบัญชีหรือหลักสูตรที่อธิบดีให้ความเห็นชอบในการจัดอบรมแก่ผู้สอบบัญชีภาษีอากร ลงวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ.2548 โดยหลักสูตรดังกล่าวต้องมีจำนวนอย่างน้อย 12 ชั่วโมง ซึ่งประกอบด้วย
      1. ภาษีเงินได้นิติบุคคล 3 ชั่วโมง
      2. ภาษีมูลค่าเพิ่ม 3 ชั่วโมง
      3. ภาษีธุรกิจเฉพาะ ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับอื่นๆ 3 ชั่วโมง
      4. มาตรฐานการบัญชีและมาตรฐานการสอบบัญชี 3 ชั่วโมง (ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2548 เป็นต้นไป)สำหรับรายชื่อองค์กรวิชาชีพฯ สามารถเข้าไปค้นหาเพื่อสอบถามรายละเอียดได้จากเว็บไซต์ของกรมสรรพากรเมนู“ผู้ตรวจสอบและรับรองบัญชี>องค์กรวิชาชีพบัญชีฯ”

การอบรมดังกล่าว ผู้ยื่นคำขอต้องมีหลักฐานหนังสือรับรอง และใบเสร็จรับเงินจากองค์กรวิชาชีพฯ ซึ่งต้องระบุ
ชื่อองค์กรวิชาชีพ วันเดือนปีที่อบรม ชื่อ สกุล เลขผู้ทำบัญชีที่เข้ารับการอบรมและชื่อสำนักงานบัญชี โดยหลักฐานการอบรม
ดังกล่าวต้องไม่เกินระยะเวลา 1 ปี ณ วันที่ยื่นคำขอเป็นสำนักงานบัญชีตัวแทน

วิธีการยื่นคำขอเป็นสำนักงานบัญชีตัวแทน

  1. ยื่นคำขอต่ออธิบดีกรมสรรพากร ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (Web Site) ของกรมสรรพากร www.rd.go.th ได้ที่เมนู “สำนักงานบัญชีตัวแทน> โปรแกรมรับยื่นคำขอ (ตท.01,ตท.02)”
  2. บันทึกข้อมูลตามที่ “โปรแกรมรับยื่นคำขอ (ตท.01,ตท.02)” กำหนดตามลำดับ
  3. เมื่อบันทึกข้อมูลแบบ ต.ท.01 ซึ่งเป็นข้อมูลของสำนักงานบัญชีผู้ยื่นคำขอ แล้วเสร็จ ให้กดปุ่ม “ตกลง” แล้วระบบฯ จะให้บันทึกแบบ ต.ท.02 ข้อมูลรายชื่อลูกค้าที่ทำสัญญาการตั้งตัวแทนฯ ให้ครบโดยอย่างน้อย 50 รายขึ้นไป สำหรับลูกค้าที่มีหลายสาขาจะนับเป็น 1 ราย
  4. เมื่อบันทึก ต.ท.02 แล้วเสร็จ กดปุ่ม “ตกลง” หากการยื่นคำขอดำเนินการได้สำเร็จ ระบบฯ จะขึ้นข้อความว่า “กรมสรรพากร ได้รับคำขอเป็นสำนักงานบัญชีตัวแทนเรียบร้อยแล้ว หมายเลขอ้างอิงในการสมัครเป็นสำนักงานบัญชีตัวแทนของท่านคือ : A (ตัวเลข 10 หลัก)” ให้สั่งพิมพ์หน้าจอดังกล่าวเพื่อเก็บเป็นหลักฐานประกอบการการยื่นคำขอ และพิมพ์แบบ ต.ท.01 ที่บันทึกแล้วออกมาเพื่อ ลงนาม พร้อมประทับตรานิติบุคคล (กรณีเป็นนิติบุคคล)
  5. กรณีที่บันทึกคำขอแล้วเสร็จ และสั่งพิมพ์ข้อมูลแล้ว ได้มีหมายเหตุแจ้ง อักษร “ P ” หรือ “ V ”
    1. P   -   หมายถึง  ข้อมูลที่แจ้งไม่ตรงกับฐานข้อมูลเลขประจำตัวผู้เสียภาษีกรมสรรพากร
    2. V   -   หมายถึง  ข้อมูลที่แจ้งไม่ตรงกับฐานข้อมูลผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มกรมสรรพากร
    3. หากมีการแจ้งหมายเหตุดังกล่าว ให้ผู้ยื่นคำขอตรวจสอบข้อมูลสำหรับแต่ละกรณีว่าไม่ถูกต้องตรงกับฐานข้อมูล กรมสรรพากรด้วยเหตุใด และให้ไปดำเนินการแจ้งแก้ไขให้ถูกต้องเป็นปัจจุบันต่อไป โดยให้แล้วเสร็จก่อนที่จะยื่นคำขอยื่นแบบแสดงรายการผ่านเครือข่ายอิน เทอร์เน็ต (ภ.อ.01) กรณีที่ได้รับการอนุมัติให้เป็นสำนักงานบัญชีตัวแทน
  6. กรณีสำนักงานบัญชีผู้ยื่นคำขอมีสถานประกอบการหลายสาขา ให้สำนักงานใหญ่เป็นผู้ยื่นคำขอ โดยในแบบ ต.ท.01 จะมีรายการให้บันทึกรายละเอียดของสาขา และแบบ ต.ท.02 ให้บันทึกลูกค้าของแต่ละสาขา
  7. กรณีมีปัญหาในการยื่นคำขอ สอบถามรายละเอียดได้ที่สำนักมาตรฐานการกำกับ และตรวจสอบภาษีโทรศัพท์หมายเลข 0-2272-9694 0-2272-9697 0-2617-3549 หรือ สำนักเทคโนโลยีสารสนเทศ หมายเลข 0-2272-9332


การดำเนินหลังจากยื่นคำขอเป็นสำนักงานบัญชีตัวแทน
เมื่อบันทึกข้อมูลคำขอเป็นสำนักงานบัญชีตัวแทนแล้ว ให้จัดส่งเอกสารดังต่อไปนี้ด้วย ตนเอง หรือทางไปรษณีย์ ภายใน 7 วันนับแต่วันที่บันทึกข้อมูลคำขอเป็นสำนักงานบัญชีตัวแทนไปที่ สำนักมาตรฐานการกำกับและตรวจสอบภาษี ชั้น 18 เลขที่ 90 อาคารกรมสรรพากร ถนนพหลโยธินซอย 7 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400

  1. คำขอเป็นสำนักงานบัญชีตัวแทน (แบบ ต.ท.01) ที่ผู้ที่มีอำนาจลงนามพร้อมประทับตรานิติบุคคล (ถ้ามี)
  2. สัญญาการตั้งตัวแทนและข้อตกลงในการแต่งตั้งสำนักงานบัญชีตัวแทนฯ (แบบ ต.ท.03) ตามจำนวนรายลูกค้าที่แจ้งไว้ในแบบ ต.ท.02
  3. ภาพถ่ายแบบแจ้งการทำบัญชีของผู้ทำบัญชีฯ (แบบ ส.บช.5) และแบบแจ้งการเปลี่ยนแปลงการทำบัญชีของผู้ทำบัญชีฯ (แบบ ส.บช.6) ที่ยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ สำหรับผู้ทำบัญชีให้ลูกค้าตามที่แจ้งในแบบ ต.ท.02
  4. ภาพถ่ายแบบแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจที่รับทำบัญชี (แบบ ส.บช.5-1) ที่ยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ โดยให้ขีดแถบสี หรือขีดเส้นใต้ ตามรายชื่อลูกค้าในแบบ ต.ท.02
  5. ภาพถ่ายแบบแจ้งจำนวนและรายชื่อธุรกิจที่ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตรับรองการสอบ บัญชี แบบ ก.บ.ช.11 และแบบ ก.บ.ช.11-1 (ถ้ามี) ที่ยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์
  6. หลักฐานหนังสือรับรองและใบเสร็จรับเงินการอบรมทางด้านกฎหมายภาษีอากร ซึ่งจัดอบรมโดยองค์กรวิชาชีพบัญชีฯ ตามหลักสูตรที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนดไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมง
  7. ภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลของผู้ยื่นคำขอ หนังสือจัดตั้งคณะบุคคล หรือห้างหุ้นส่วนสามัญ แล้วแต่กรณี
เมื่อได้รับเอกสารดังกล่าวครบถ้วนแล้ว กรมสรรพากรโดยคณะกรรมการพิจารณาอนุญาตให้เป็นสำนักงานบัญชีตัวแทน จะดำเนินการพิจารณาตามหลักเกณฑ์คุณสมบัติที่กำหนดต่อไป และจะแจ้งผลเมื่อดำเนินการพิจารณาแล้วเสร็จ กรณีอนุญาตให้ผู้ยื่นคำขอรายใดเป็นสำนักงานบัญชีตัวแทน นอกจากจะมีหนังสือแจ้งผลอนุญาตฯ แล้ว จะมีการมอบใบอนุญาตเป็นสำนักงานบัญชีตัวแทนให้โดยสรรพากรพื้นที่ที่สถาน ประกอบการสำนักงานใหญ่ของสำนักงานบัญชีนั้นตั้งอยู่ โดยใบอนุญาตฯ จะมีกำหนดระยะเวลา 2 ปี
Last Updated on Tuesday, 02 December 2008 06:30