สำนักงานบัญชี

สำนักงานบัญชี ชัวร์แทค แอคเคาน์ติ้ง

Suretax-Accounting.com

การบัญชีเกิดขึ้นในอดีตกาลมาช้านาน แต่ไม่มีรูปแบบของการบัญชี ที่กำหนดได้ชัดเจน จนกระทั่ง พ.ศ. 2037 ปาซิโอลี่ (Pacioli) ได้เขียนหนังสือ "Summa" ภายในอธิบายหลักการบันทึกบัญชีคู่มากระทั่งปัจจุบัน โดยการบัญชีมีความหมายถึง การบันทึกรายการสรุปผล และเหตุการณ์เกี่ยวกับการเงิน แสดงเป็นหน่วยเงินตรา รวมถึงการแปลความหมายของผลดังกล่าวคือ วิเคราะห์ข้อมูลในการบันทึกบัญชี, บันทึกบัญชี, แยกประเภท เพื่อสดวกต่อการค้นหา, การสรุปผลข้อมูลที่บันทึก จัดหมวดหมู่ออกมาในรูปงบการเงิน, ทราบผลสรุปงบการเงิน ดังนั้น จึงทำให้เอื้ออำนวยประโยชน์ต่อกิจการค้า บุคคลภายใน เจ้าหน้าที่ทราบผลสรุป วิเคราะห์ วางแผน ตัดสินใจ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
กลยุทธ์สรรพากรตรวจสอบและประเมินภาษี

Tags: กรมสรรพากร | ภาษี

Written by สำนักงานบัญชี   
Wednesday, 03 September 2008 11:10

จากประสบการณ์ของผู้เขียน โดยทั่วไปถ้าหากผู้ประกอบการดำเนินการถูกต้อง โอภาสจะถูกตรวจสอบหรือถูกประเมินภาษีอากรก็เกิดขึ้นได้ยาก แต่ในความเป็นจริง สถานะการเงินการคลังของประเทศก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้กรมสรรพากรมุ่งจะตรวจสอบผู้ประกอบการที่ประกอบถูกต้อง เพราะอาจพบ ดังนั้น ผู้ประกอบการจึงต้องเตรียมพร้อม เพราะแม้หากจะมีการตรวจสอบหรือประเมินภาษีอากรแล้ว ผู้ประกอบการก็สามารถเจรจากับเจ้าพนักงานได้ และหากถูกประเมินก็สามารถอุทธรณ์การประเมินดังกล่าวต่อคณะกรรมการอุทธรณ์ หรือต่อศาล เพื่อให้คำอุทธรณ์ของตนได้รับชัยชนะถึงที่สุด

  1. ผู้ประกอบการควรจะจัดทำบัญชี รวมทั้งการยื่นแบบเสียภาษีให้ถูกต้อง โดยจะต้องดูให้ถูกต้อง อย่าให้มีข้อผิดพลาด เพราะการยื่นแบบหรือการทำบัญชีที่ผิดพลาดนั้นจะเป็นจุดหนึ่งที่จะทำให้เจ้าหน้าที่สงสัยและเริ่มให้มีการตรวจสอบผู้เสียภาษีอากรนั้นเสียภาษีถูกต้องหรือไม่ อาทิเช่น ในกรณีที่เป็นบริษัทต้องดูว่าแบบที่ยื่นโดยเฉพาะการหักค่าใช้จ่ายนั้น ไม่ควรจะเป็นค่าใช้จ่ายที่ต้องห้ามหรือมีปัญหา ในกรณที่เป็นบุคคลธรรมดาก็ต้องดูว่า ค่าใช้จ่ายที่หักนั้นเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่เกินอัตราที่กฎหมายกำหนด การทำบัญชีหรือยื่นแบบควรเป็นหน้าที่ของ นักบัญชี และนักกฎหมาย ผู้มีความชำนาญในเรื่องภาษีอากรโดยเฉพาะ
  2. หากจะต้องมีการขอคืนภาษีหัก ณ ที่จ่าย ไม่ว่าจะเป็นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา นิติบุคคล หรือภาษีซื้อของภาษีมูลค่าเพิ่มนั้น ผู้ประกอบการต้องมั่นใจว่า จำนวนเงินที่ขอคืนภาษีกับผลกระทบที่อาจจะได้รับในการตรวจสอบภาษีนั้นจะคุ้มกัน เพราะมิฉะนั้นแล้วหากการขอคืนภาษี กรมสรรพากรก็อาจจะมีการตรวจสอบบัญชีของผู้ประกอบการแลอาจจะพบว่าผู้เสียภาษีเสียภาษีไม่ถูกต้องในหลายรายการ จึงควรจะต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมาก และปัจจุบันกรมสรรพากรก็ได้ระบุในแบบยื่นเสียภาษีให้บริษัทขอคืนภาษีเลยเพื่อสะดวกในการตรวจสอบดังนั้น ผู้ประกอบการควรเสียภาษีให้ถูกต้องเพราะอาจถูกตรวจสอบจากการขอคืน
  3. เมื่อมีหมายเรียกตรวจสอบภาษีมา ควรต้องพิจารณาดูว่า หมายเรียกหรือหนังสือแจ้งให้เสียภาษีอากรหรือการประเมินนั้นถูกส่งโดยชอบด้วยหรือไม่ มีผู้ลงนามโดยชอบด้วยหรือไม่ เพราะกฎหมายบังคับให้ส่งโดยลงทะเบียนตอบรับหรือให้เจ้าพนักงานไปส่งในเวลาพระอาทิตย์ขึ้นจนถึงพระอาทิตย์ตกในเวลาทำงาน หรือจะส่งให้แก่บุคคลใดที่เป็นผู้บรรลุนิติภาวะก็ได้ และตามกฎหมายนั้นถ้าหากส่งไม่ได้นั้น กรมสรรพากรมีอำนาจที่จะใช้วิธีปิด เพราะฉะนั้น การถือว่าได้รับหรือไม่ได้รับนั้นจึงมีความสำคัญยิ่ง เนื่องจากว่ามีส่วนที่เกี่ยวเนื่องกับระยะเวลาการอุทธรณ์และการดำเนินคดีด้วย
  4. ผู้ประกอบการหรือผู้ได้รับหมายเรียกต้องให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ โดยอาจขอเวลาจัดเตรียมเอกสารและให้ความร่วมมือในการให้ข้อเท็จจริงและปากคำอย่างเต็มที่ โดยจัดส่งเอกสารพร้อมเก็บหลักฐานในการนำส่งเอกสารต่อเจ้าพนักงานที่ออกหมายเรียก รวมทั้งคำให้การทั้งหมดโดยต้องปรึกษากับผู้ที่เกี่ยวข้องในการทำเอกสารนั้นๆ เพราะว่าข้อเท็จจริงนี้จะมีส่วนสำคัญยิ่ง ถ้าหากมีการประเมินภาษี ผู้ถูกประเมินจะได้นำข้อต่อสู้ดังกล่าวนั้นมาใช้ในการอุทธรณ์ ทั้งในชั้นคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ และชั้นศาล ข้อสำคัญคือ หากไม่ให้ความร่วมมือ และจะถูกประเมินภาษีแล้วก็อาจจะต้องห้ามไม่ให้อุทธรณ์ตามกฎหมายได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากไม่ยอมตอบข้อคำถามหรือว่าซักถาม โดยไม่มีเหตุอันสมควร หรือไม่ยอมปฏิบัติตากฎหมาย โดยคำสั่งของเจ้าพนักงานประเมิน

(โพสต์ทูเดย์)

Last Updated on Tuesday, 25 November 2008 05:41