สำนักงานบัญชี ชัวร์แทค แอคเคาน์ติ้ง
| หน้าที่ของนักทำบัญชีหรือพนักงานบัญชี (ฺBookkeepers) จึงเป็นลักษณะงานประจำที่ต้องทำเหมือนๆ กันทุกวัน คือลงบัญชี แยกประเภทรายการ และทำงบการเงิน โดยคนหนึ่งอาทำตั้งแต่ลงรายการในสมุดบัญชีขั้นต้น ผ่านไปบัญชีแยกประเภท ทำรายการปรับปรุงและปิดบัญชีเมื่อสิ้นงวด ตลอดจนงบการเงิน หรืออาจมีพนักงานหลายคนช่วยกันทำหน้าที่เหล่านี้ ส่วนหน้าที่ของนักบัญชี (Accountants) นอกจากรับผิดชอบงานของผู้ทำบัญชีแล้วยังรวมงานด้านความคิดที่ต้องใช้สมองและความรู้พิเศษอีกด้วย เช่น การวิเคราะห์ แปลความหมายของข้อมูล การวางรูปแบบัญชี การทำงบประมาณ และการสอบบัญชี เป็นต้น ฉะนั้นคนที่จะเป็นนักบัญชีได้จะต้องศึกษา และมีความรู้ทางบัญชีโดยมากกว่าผู้ทำบัญชี |
| การแก้ไขมาตรฐานการบัญชี |
Tags: บัญชี | มาตรฐานการบัญชี
| Written by สำนักงานบัญชี |
| Sunday, 31 August 2008 06:29 |
|
“สาระสำคัญของการเปลี่ยนแปลงแก้ไขมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ ๓๒ เรื่อง ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ จึงอยู่ที่วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับ การตีราคาสินทรัพย์ใหม่ ซึ่งเท่ากับเป็นการเพิ่มทางเลือก และปรับวิธีปฏิบัติทางบัญชีให้กับการจัดทำงบการเงิน ในส่วนที่เกี่ยวกับการตีราคาสินทรัพย์” มีประกาศสภาวิชาชีพบัญชีอยู่ ๓ ฉบับ ลงวันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๔๙ เป็นการแก้ไขมาตรฐานการบัญชี ในเรื่องดังต่อไปนี้ ประกาศสภาวิชาชีพบัญชี ฉบับที่ ๒๔/๒๕๔๙ เรื่อง แก้ไขมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ ๒๗ โดยประกาศฉบับนี้ให้ใช้ มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ ๒๗ (ปรับปรุง ๒๕๔๙) เรื่อง การเปิดเผยข้อมูลในงบการเงินของธนาคารและสถาบันการเงินที่คล้ายคลึงกัน แทนฉบับที่ ๒๗ เดิม ฉบับที่ ๒๕/๒๕๔๙ เรื่อง การบันทึกบัญชีเมื่อมีการตีราคาใหม่ ฉบับที่ ๒๖/๒๕๔๙ เรื่อง การปฏิบัติตามวิธีการบัญชีเกี่ยวกับมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ ๔๔ เรื่อง งบการเงินรวมและการบัญชีสำหรับเงินลงทุนในบริษัทย่อย จะขอกล่าวถึงประกาศสภาวิชาชีพบัญชี ฉบับที่ ๒๕/๒๕๔๙ เรื่อง การบันทึกบัญชีเมื่อมีการตีราคาใหม่ ซึ่งระบุว่า เมื่อมีการตีราคาใหม่ตามมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ ๓๒ เรื่อง ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ ให้ปฏิบัติโดยมีทางเลือก ๒ วิธี คือ
ตัวอย่าง การปฏิบัติตามวิธีการเดิม และวิธีการใหม่ (ที่เป็นทางเลือก) มีดังต่อไปนี้ ต้นปี 25X1 บริษัทซื้อเครื่องจักรราคาทุน 120,000 บาท อายุการใช้งาน 6 ปี สิ้นปี 25X2 ราคาประเมินเครื่องจักรเท่ากับ 100,000 บาท ราคาทุน 120,000 หัก ค่าเสื่อมราคาสะสม (40,000) ราคาตามบัญชี ณ วันที่ 31 ธันวาคม 25X2 80,000 วิธีการเดิม บันทึกการตีราคาเครื่องจักรใหม่ เดบิต ค่าเสื่อมราคาสะสม - เครื่องจักร 40,000 บาท กล่าวคือ ปรับราคาทุนจาก 120,000 บาท (ราคาทุนเดิม) ให้เป็น 80,000 บาท (ราคาตามบัญชีสุทธิ ณ สิ้นปี 25X2) แล้วปรับเพิ่มราคาของสินทรัพย์เป็นราคาที่ตีใหม่ คือ ปรับจาก 80,000 บาท ให้เป็น 100,000 บาท โดย 20,000 บาท ที่ตีเพิ่มนั้นถือเป็นส่วนหนึ่งของราคาเครื่องจักร และเพิ่มเข้าเป็น “ส่วนเกินทุนจากการตีราคาสินทรัพย์” ในส่วนของผู้ถือหุ้น จากนั้น คำนวณค่าเสื่อมราคาตามอายุการใช้งานที่เหลือ คือ 4 ปี จากราคาทุน 100,000 บาท (ราคาที่ตีใหม่) โดยคิดค่าเสื่อมราคาปีละ 25,000 บาท (100,000 หาร 4 ปี) ปี 25X3 คิดค่าเสื่อมราคา เดบิต ค่าเสื่อมราคา - เครื่องจักร 25,000 บาท วิธีใหม่ (ทางเลือก) บันทึกการตีราคาเครื่องจักรใหม่
โปรดสังเกตว่า วิธีใหม่ มีทางเลือกให้แยกราคาที่ตีเพิ่มแยกออกมาเป็น “บัญชีต่างหาก” ชื่อว่า “เครื่องจักร – ราคาที่ตีเพิ่ม” ทำให้เราสามารถติดตามราคาทุนเดิม และราคาที่ตีเพิ่มได้ตลอดเวลา การเปิดเผยในงบการเงิน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 25X3 วิธีเดิม ราคาทุน เครื่องจักร (ที่ปรับราคาทุนเป็นราคาที่ตีใหม่แล้ว) 100,000 หัก ค่าเสื่อมราคาสะสม (ราคาทุนเดิม) (25,000) 75,000 ตามวิธีเดิม ส่วนเกินทุนจะแสดงยอดอยู่ในส่วนของผู้ถือหุ้น (ส่วนทุน) จำนวนเงิน 20,000 บาท และจะปรับเพิ่มหรือลดเมื่อมีการตีราคาใหม่ในคราวต่อไป หรือเมื่อมีการด้อยค่าของสินทรัพย์ในอนาคต วิธีใหม่ (ทางเลือก) ราคาทุน (ราคาทุนเดิม) 120,000 หัก ค่าเสื่อมราคาสะสม (ราคาทุนเดิม) (60,000) 60,000 ตามวิธีใหม่ จะมีส่วนเกินทุนจากการตีราคาสินทรัพย์เพิ่ม จำนวนเงิน (15,000) บาท แสดงอยู่ในส่วนของผู้ถือหุ้น (หรือส่วนทุน) โดยจำนวนเงินดังกล่าวเกิดจากผลของรายการบัญชีที่ ๑ และ ๓ ตามวิธีใหม่ข้างบน สาระสำคัญของการเปลี่ยนแปลงแก้ไขมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ ๓๒ เรื่อง ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ จึงอยู่ที่วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับ การตีราคาสินทรัพย์ใหม่ ซึ่งเท่ากับเป็นการเพิ่มทางเลือก และปรับวิธีปฏิบัติทางบัญชีให้กับการจัดทำงบการเงิน ในส่วนที่เกี่ยวกับการตีราคาสินทรัพย์ (วิโรจน์ เฉลิมรัตนา อ้างใน http://www.bkkonline.com/accounting) |
| Last Updated on Tuesday, 25 November 2008 05:44 |